[CS] MS - Before the world ends...

posted on 28 Oct 2009 21:13 by asahina  in CubicSchool

จากเอ็นทรี่ [CS] MS: ก้าวเดิน

 


*********************************

กว่าจะรู้ว่า "โลก" ที่ตัวเองรู้จักมันบอบบางแค่ไหน

ก็คือวินาทีที่มันเริ่มแตกสลาย.....

*********************************

 

 [CS] MS - Before the world ends...

 

*********************************

 

รองเท้าที่หน้าตาเหมือนรองเท้าเซฟตี้ของพวกช่างหยุดลงที่หน้าประตูใหญ่...เด็กนักเรียนหลายคนกำลังเดินเข้าประตูโรงเรียน...และเมื่อเด็กๆเห็นร่างคุ้นตาในชุดเสื้อเชิ้ตขาว ก็ยกมือขึ้นไหว้เป็นการทักทายทำให้อีกฝ่ายต้องยกมือขึ้นพนมเป็นการรับไหว้....

 

ปุณยนันท์ ศศบดียิ้ม...หากว่ารอยยิ้มนั้นไม่ใช่รอยยิ้มกว้างอย่างเคย...

 

ครูสอนภาษาญี่ปุ่นก้มมองนาฬิกา......เขาเคยมาถึงโรงเรียนเช้ากว่านี้....

ดวงตาสีดำขลับหลุบตาลงก้มมองพื้น....ปล่อยให้สายลมของยามเช้าพัดผ่านไปพร้อมกับครวญเสียงหวีดหวือเบาๆอย่างเศร้าสร้อย....

 

ป่านนี้...ใครคนหนึ่งคงจะผุดลุกขึ้นจากที่นั่งในห้องพักครู...และตรงไปยังห้องแนะแนวที่อยู่ไม่ไกลแล้ว....

 

ชายหนุ่มเม้มปาก...ราวกับพยายามบังคับตัวเองให้แค่นยิ้ม...แต่ไม่สำเร็จ...

 

ตอนนั้นเอง....


"ครูเคน สวัสดีค่ะ!!"

 

เสียงใสๆของโคลเวอร์ที่เพิ่งเมื่อสักครู่เพิ่งทักทายครูวิชาภาษาญี่ปุ่นของตนไปหมาดๆ ดังขึ้น จนปราบต้องเงยหน้าขึ้นมา....และสบกับสายตาสีเข้มคู่นั้นเข้าพอดี.....

 


....ราวกับเวลา...หยุดลงในห้วงนาทีนั้น....

 


ดวงตาที่เคยฉายแววอบอุ่น และส่งผ่านกำลังใจมาให้อยู่เสมอ...มาบัดนี้ดูอิดโรยเหลือเกิน...ถึงรอยยิ้มบางๆจะยังคงประทับอยู่บนใบหน้า...แต่เขาก็รู้สึกได้ ถึงเรี่ยวแรงมหาศาลที่ถูกเค้นออกมาเพื่อรับมือกับช่วงเวลาแห่งความโหดร้าย....


"
ครูเคน......"
 

เขาเอ่ยชื่อของอีกฝ่ายออกไปอย่างไม่ตั้งใจ...
และพอทำเช่นนั้น ครูวิชาแนะแนวก็ทำท่าเหมือนอยากพูดอะไรบางอย่างขึ้นมาบ้าง หากก็เปลี่ยนใจเสียกลางคัน....

 

ริมฝีปากนั้นขยับกลับไปเป็นรอยยิ้ม....หากปราบรู้สึกได้....ว่ามันเป็นยิ้มที่ชวนให้ใจหายเหลือเกิน....

 

******************

 

เนิ่นนานเท่าไหร่หลังจากช่วงเวลานั้นได้ผ่านไป...เขาไม่รู้...แต่กว่าจะรู้ตัวอีกที เข็มยาวบนเรือนนาฬิกา ก็บอกเวลาเลยเที่ยงไปมากโขแล้ว....

 

"ครูปราบ.....ไม่ไปทานข้าวหรือครับ...."

 

"อ๊ะ...."

 

เสียงของเพื่อนร่วมงานดึงเขากลับสู่ห้วงเวลาปัจจุบัน....

 

"ครูกวี...."


พอรู้ตัวอีกที...ในห้องพักครู ก็เหลือเพียงเขาและกันต์กวี ครูวิชาภาษาอังกฤษเพียงสองคน...

 

"....ไม่ทานข้าว สุขภาพจะแย่เอานะครับ"

 

ปราบฟังแล้วก็อดยิ้มไม่ได้...หากว่ารอยยิ้มนั้นก็ไม่อาจปัดเป่าเมฆหมอกที่ปกคลุมจิตใจออกไปได้อยู่ดี...

 

...........


กันต์กวีมองคนตรงหน้า แล้วก็นิ่งเงียบไป จนปราบรู้สึกได้

 

ผมไม่เป็นอะไรหรอกครับ...แค่ช่วงนี้...มีเรื่องอะไรให้คิดก็เท่านั้น....

 

ครับ.....

 

แล้วระหว่างทั้งคู่....ก็เงียบงันลงอีกครั้ง.....


ดวงตาสีดำขลับ เช่นเดียวกับสีผมเข้มที่ดูชี้ฟู เหม่อออกไปนอกหน้าต่าง...ก่อนจะหยุดลงที่กรอบหน้าต่างซึ่งเคยมีตุ๊กตาไล่ฝนแขวนอยู่....หากว่าตอนนี้บนหน้าต่างนั้นว่างเปล่าไปเสียแล้ว....


หนึ่งสัปดาห์หลังจากงานศพคุณพ่อของครูเคน...ปราบเป็นคนปลดเทรุจังลงมาเอง


ครูทุกคนพากันแปลกใจ แต่ก็ไม่มีใครกล้าถามออกมาดังๆ...


....ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่า....แต่ตอนที่เอื้อมมือไปปลด...เทรุจังทำหน้าเหมือนจะร้องไห้.....

ส่วนเทรุคุง หลังจากต้องโดดเดี่ยวอยู่เพียงคนเดียวลำพัง....วันรุ่งขึ้น...ตุ๊กตาไล่ฝนน้อยก็หายไปด้วย....



...ทำไม....เรื่องทุกอย่างถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้.....




"ทั้งที่ผมเคยรู้สึกว่า ถ้าถึงตาเขาบ้าง ผมจะอยู่ข้างๆแท้ๆ.......

 

ปราบไม่ได้เอ่ยด้วยซ้ำ ว่าเขากำลังหมายถึงใคร...หากว่ากันต์กวีกลับทำหน้าไม่แปลกใจราวกับคาดเดาเรื่องราวต่างๆได้.....

 

“...ผมว่าครูเคนเองก็คงมีเหตุผลของครูเคน.. แล้วก็คงยึดมั่นกับอะไรบางอย่างก็ได้นะครับ

 

ปราบไม่แปลกใจ...ที่ได้ยินชื่อของครูเคนจากปากคนตรงหน้า...แต่ที่ทำให้เขาประหลาดใจ คือประโยคถัดมาต่างหาก...

 

เพราะแบบนั้น... เลยคิดว่าถ้าบอกไปแล้วจะทำให้คุณไม่สบายใจมาก... โดยที่ตัวเองไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว เลยคิดว่าไม่บอกเสียยังจะดีกว่า...ผมคิดแบบนั้นนะครับ

 

ครูกวี....พูดถึงเรื่องอะไรครับ...?


อะไรบางอย่างร้องเตือนให้ใจคอไม่ดีเลยสักนิด....

 

ร่างของกันต์กวีสะดุ้งน้อยๆ ก่อนครูวิชาภาษาอังกฤษจะเบือนหน้าหนี....

 

เ่อ่อ.....

 

ครูกวี... ปราบผุดลุกขึ้นอย่างลืมตัว...ความรู้สึกที่สัมผัสได้จากสายตาคู่นั้นแปรเปลี่ยนเป็นสังหรณ์ที่ทำให้ใจเย็นไม่ได้อีก....

 

ครูกวีกำลังหมายถึงอะไรหรือครับ?....เกิดอะไรขึ้นกับครูเคนงั้นหรือครับ?”

 

ผ... ผม

เสียงของครูรุ่นพี่อึกอัก

ผมคิดว่า... ผมไม่ควรจะเป็นคนพูดครับ...

 

ครูกวีครับ....

เสียงของปราบไม่ได้คาดคั้น หากความร้อนรนในน้ำเสียงนั้นต่างหาก ที่พาลให้ฟังดูเหมือนใจของคนที่กำลังเอ่ยถามกำลังถูกบีบจนจะแหลกคามือ

เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือครับ

 

ค..... ชายหนุ่มผิวคล้ำอ้าปาก...เหมือนจะเอื้อนเอ่ย แต่สุดท้ายก็ปิดลง แล้วก้มหน้า...

 

ครูเคน....จะไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นปีหน้าครับ

 

ครับ....?

 

ดวงตาสีดำขลับเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อสิ่งที่ตัวเองกำลังได้ยิน...

 

“...เพราะแบบนั้น... เลยจะทำงานที่นี่......ปีนี้... เป็นปีสุดท้ายครับ

 

.....ความรู้้สึกเย็นวาบ...แล่นไปทุกอณูของร่างกาย....จู่ๆมวลอากาศก็บีบรัดเ้ข้ามาจนทำให้ตาพร่า....ได้ยินเหมือนเสียงครูกวีลอยมาจากที่ไกลๆ....

 

ครูกวี....ว่าอะไรนะครับ....

 

เขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายตอบมาว่าอย่างไร....ความรู้สึกสับสนพุ่งเข้าโอบล้อม ทิ่มแทงจนรู้สึกราวจะยืนไม่อยู่......

 


....ความรู้สึกปวดร้าวแบบนี้คืออะไร....?
 

ถ้าหากในคืนนั้น.....สิ่งที่แหลกสลายไปคือหัวใจของเขา.....ถ้าอย่างนั้นในวินาทีนี้ จะมีอะไรที่พังครืนลงไปต่อหน้าได้อีก.....?


นี่รึเปล่า....

 

............วินาทีที่โลกกำลังแตกออกเป็นเสี่ยง......?

 

ครูเคน....



ไม่ได้........



ครูปราบ??



จะให้มันจบลงแบบนี้ไม่ได้....



ครูกวี....พอจะทราบไหมครับว่าครูเคนอยู่ที่ไหน

ดวงตาที่หันมาสบเข้ากับดวงตาของกันต์กวี จู่ๆก็ฉายแววมุ่งมั่นขึ้นมา




หากโลกที่เขารู้จัก จะต้องแตกสลายไปจริงๆ........

 

เห็นก่อนออกไปทานข้าว ครูเคนหยิบแฟ้มเอกสาร ทานข้าวเสร็จก็น่าจะไปอยู่ที่ห้องแนะแนวนะครับ...แต่....

 

ยังไงผมก็ต้องไปครับ ปราบตอบอย่างแน่วแน่ ราวกับรู้ว่าครูกวีจะถามอะไร....

 

 

ถ้าหากโลกที่เขารู้จัก จะต้องแตกสลายไปจริงๆ........

 

อย่างน้อยๆ............

 

ผมยังไม่ได้บอกครูเคนเลยว่าผม.........

 

ปราบเอ่ยคำพูดสุดท้าย พร้อมกับพรวดพราดออกไปจากห้องพักครู ทิ้งให้ครูกวียืนอึ้งอยู่เบื้องหลัง....



***********************

 

อนิวรรต วสุธาธาร กำลังนั่งแปลบททดสอบทางจิตวิทยาที่นำมาทำต่อที่โรงเรียนด้วย ตอนที่ประตูห้องแนะแนวเปิดผางออก....

 

และเมื่อเขาเงยหน้าขึ้น...ก็พบกับร่างโปร่งของคนๆหนึ่งที่เขารู้จักดี.....

 

ครูปราบ...มีอะไรงั้นหรือครับท่าทางรีบร้อน.....

 

เขายังไม่ทันพูดจบคำเสียด้วยซ้ำ ตอนที่อีกฝ่ายขัดขึ้น...

 

ครูเคน...ให้ผมพูดก่อนนะครับ...เพราะถ้าให้เวลาผมคิดนานกว่านี้ ผมอาจจะเปลี่ยนใจไม่พูดอะไรออกไปก็ได้

 

ปุณยนันท์ ศศบดี สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะโพล่งออกมา

 

ผมรักคุณครับ

 


เพียงเท่านี้.....ก็พอแล้ว.....


Before the world ends........

 

************************************

 

สรุป

- ใจความสำคัญ....คงอยู่ที่ประโยคที่สาม นับจากล่างค่ะ.....

- จะมาปฏิเสธตอนนี้ก็สายไปแล้ว ปราบ "รัก" ครูเคนไปจริงๆแล้ว...

- และถ้าหากจะต้องจากกันแบบนี้ อย่างน้อยๆก็ขอพูดความรู้สึกของตัวเองออกไป
   โดยไม่คาดหวังกับคำตอบของอีกฝ่ายเลยแม้แต่สักนิดค่ะ....

- จะไม่กระทบกับหน้าที่การงาน แต่ความสัมพันธ์ระหว่างปราบกับครูเคน....โน คอมเม้นท์ค่ะ แล้วแต่ผปค.ฝ่ายโน้น

- DB 10 อยู่เอ็นทรี่ที่แล้วค่ะผ.อ.  (พยายามเบี่ยงเบนประเด็น....)

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ยืนยันคำเดิมฮะ
ครูปราบแมนโฮก!

เด็ดเดี่ยวมากมาย ชอบฮะ ชอบจริงๆ !
สมควรแล้วที่กันต์กวีจะอึ้ง ฮาาา

ชอบตรงที่พูดถึงเทรุคุงกับเทรุจังจังเลยฮะ รู้สึกร้าวรานแปลกๆ...
เป็นไปได้ว่าเพราะนึกถึงตุ๊กตาเทรุเทรุโบสุที่ไปเห็นมาเมื่อวาน แล้วก็คิดถึง 0106 ขึ้นมาพอดี
พอวันนี้ได้รู้ว่าเจ้าสองตัวนั้นไม่อยู่ที่หน้าต่างแล้ว... ก็รู้สึกใจหายแปลกๆ

ระเบิดลงลูกโต~

#1 By bvxvinn on 2009-10-28 21:55

ยังอึ้งอยู่...

แต่มาเมนท์บอกว่าเข้ามาอ่านแล้วนะ

ขอบคุณจริงๆที่แต่งตอนนี้ออกมา...

แล้วจะมาคอมเมนท์แก้ทีหลัง surprised smile

#2 By aki on 2009-10-28 21:57

big smile

ความรู้สึกจากใจที่ ถ้าไม่พูดออกไป
ก่อนที่เขาจะจากไป ในใจคงปวดร้าวมากกว่าเดิม

surprised smile

#3 By elites on 2009-10-28 22:03

ระเบิดดดดด ระเบิดชัดๆ อ๊ากกกกกกกก

#4 By Lynx on 2009-10-28 22:14

แค่นี้...

แค่นี้เหรอฮะมิ๊=[]=!!!!
(แกจะเอาแค่ไหน?...)

ครูปราบสุดยอดอ่า>///<
เอาใจแฟนคลับไปเลย~cry

ปล. เวลาที่โลกที่เรารู้จักมันแตกสลาย...
(แทงใจกันจริงๆ...)

#5 By Ruii on 2009-10-28 22:23

จะเลื่อนลงมาอ่านสรุปก่อน
แต่ว่าดันเปิดผ่านประโยคนั้นไปซะแล้ว =[]="

อุ ..โดนสปอยล์
(แต่ไม่เป็นไร ถึงยังไงก็กลับไปนั่งอ่านใหม่ตั้งแต่ข้างบนอยู่ดี )confused smile
อ่านเอนทรี่นี้แล้วปวดใจจังค่ะ
แต่คิดว่าดีแล้ว...ที่ครูปราบทำแบบนี้
เพราะถึงแม้ครูเคนจะไม่อยู่แล้ว แต่ความทรงจำดีๆจะยังคงอยู่ไปอีกนานแสนนาน...

#7 By renren119 as Shiba Kaien on 2009-10-29 08:03

กว่าจะรู้ว่า "โลก" ที่ตัวเองรู้จักมันบอบบางแค่ไหน
ก็คือวินาทีที่มันเริ่มแตกสลาย.....



ฮื้อออออ โดนใจ TvT
ทำไมต้องจบลงแบบนี้นะ ทำร้ายจิตใจ FC เหลือเกิน
แต่อย่างน้อย...ครูปราบก็สุดยอดจริงๆค่ะ
surprised smile surprised smile

#8 By Rethy's on 2009-10-29 08:52

เสียงแฟนคลับร้อง!!!
ฮื่อ ในที่สุดครูปราบก็ได้ทำในสิ่งที่อยากทำซะที

รู้สึกอยากจะโบกธงเชียร์...ปั่บๆๆ
ชอบหลายๆประโยคที่ครูปราบพูด
โดยเฉพาะ

--ให้ผมพูดก่อนนะครับ...เพราะถ้าให้เวลาผมคิดนานกว่านี้ ผมอาจจะเปลี่ยนใจไม่พูดอะไรออกไปก็ได้---

บางอย่างมันก็ต้องห้ามใช้เหตุผลและหลักการน่ะนะ
เพราะถ้าใช้มันจะทำออกมาไม่ได้
..สนับสนุนการใช้ไขสันหลัง...

ครูเคนจะทำยังไงอยู่ๆก็มีระเบิดฟาดใส่หน้าอีกลูก
ก็งี๊ล่ะนะ รับงานเยอะหน่อย ไม่ให้ลาออกง่ายๆอยู่แล้วเนอะ

#9 By mutsuki on 2009-10-29 12:44

*เพิ่งเข้ามาอ่าน*

ดาเมจ ครูเคนแรวงกับครูปราบจริงๆนะนี่
ทำให้ครูปราบบางอย่างที่อยากพูด ไปได้ แล้วแฟนคลับก็ก๊าวใจเป็นอย่างมากฮ่ระ

อร๊างง ประทับจังค่ะ

ท่านอาซานะอ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

(/กรีดร้องโหยหวน)

หัวใจแม่ยกไม่ใช่ก้อนหินนะค้า โดนบาดโดนขยี้บ่อยๆมันก็จะวายตายเอาได้ง่ายๆนะค้า

ตอนแรกก็ตกใจเหมือนกัน ไม่นึกว่าครูปราบจะร้อนใจจนพูดออกไปตรงๆแบบนี้ แต่ก็ได้ใจแฟนคลับและแม่ยกไปเต็มสิบ เต็มร้อยคะแนนเลยค่ะ

แต่ที่กรีดร้องน่ะ ไม่ใช่เรื่องที่ครูปราบพูด (โชคดีที่รู้ล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นแม่ยกหัวใจวายตายคาคอมจริงๆนะเออ)แต่เป็นเรื่อง....

เทรุจางงงงงงงงงงงงงงงงงง..........

เทรุจัง เทรุคุงของแม่ หายไปแล้ว โฮรววววววว...

จริงๆตั้งแต่อ่านฟิคที่ครูเคนบอกรักครูปราบก็เคยคิดจะเขียนถึงพวกเทรุบ้างเหมือนกัน เพราะคิดว่าคงไม่มีใครหยิบเอามาเป็นประเด็นเล่น ดังนั้นก็เลยดีใจมากที่ท่านอาซานะยังไม่ลืมเด็กสองคนนี้ แต่พอถึงเวลาอ่านเข้าจริงๆแล้วมั้งก็ช่าง... รวดร้าวเสียนี่กระไร ใจหายเช่นเดียวกับที่วินน์คุงว่าไว้จริงๆล่ะค่ะ

ยิ่งอ่านมาถึงตอนนี้..

...ทำไม....เรื่องทุกอย่างถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้.....

ถึงกับกรีดร้องออกมาเลยล่ะค่ะ นั่นสิคะ แม่ยกเองก็อยากจะถามว่าทำม้ายยยยยยยยยยยยยยยยยย ทำไมเรื่องมันถึงดำเนินมาถึงจุดนี้ได้

เมื่อวานเลยย้อนกลับไปอ่านเอนทรีที่เคยเขียนไว้เกี่ยวกับสองคนนี้ตั้งแต่เอนทรีการมาของพวกเทรุจัง ยิ่งอ่านแล้วยิ่งโศก เลยเลิกอ่านดีกว่า (/กระซิกๆ)

ขำหมอโชค สนับสนุนการใช้ไขสันหลังซะงั้น (ของตัวเองทำแล้วได้ผลเป็นยังไงอ้ะ? อึมครึมแบบนี้แม่ยกดันต่อลำบากนะเคอะ)

พวกเทรุจังก็ไปแล้ว... จะมีวันได้กลับมาเคียงคู่กันอีกมั้ยนะ...

แล้วเจ้าฟักทองล่ะ ครูเคนต้องเอาไปด้วยรึเปล่า?

ฮืออออ... แม่ยกขอหลบเข้าถ้ำกลับไปเลียแผลใจตัวเองก่อนดีกว่าค่ะ ฮืออออ

#11 By irindel on 2009-10-29 14:20

*อึ้งกิมกี่*

*เลื่อนกลับไปอ่านใหม่อีกหนึ่งรอบ*

*สลบคาหน้าจอคอม*

#12 By Negizen(ปราชญ์~!) on 2009-10-29 18:00

บอกไปแล้ว!!!

บอกได้อย่างแมนมาก!! เด็ดเดี่ยวมาก

อย่างที่บอก ยิ้มทั้งที่บรรยายากศสุดจะเศร้าครับ ยิ้มเพราะสามบรรทัดสุดท้ายนี้เลยนะ อา ในที่สุดก็ได้บอกไปซักที สนับสนุนหมอบีอีกเสียง...บางทีความรักก็ไม่ต้องการเหตุผลมากมายหรอกเนอะ

ติดตามตอนต่อไป

และอดคิดไม่ได้

ถ้าพูดเร็วกว่านี้เหตุการณ์จะเปลี่ยนไปไหมนะ?

#13 By -((666 Error))- on 2009-10-29 20:37