เรื่องราวทั้งหมด เป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนลูกบาศก์


1) สรุปเหตุการณ์ในเทอม1 เรียงตามเวลาที่เกิดขึ้น

ตัวเลขด้านหลังเรื่อง

1 - ไม่อ่านก็ไม่เป็นไร คนเขียนแค่อยากแต่งสนองนี้ดตัวเอง

2 - ถ้าอ่านก็จะทำให้เข้าใจตัวละครมากขึ้น แต่ถ้าไม่อ่าน ก็ไม่เป็นไรอีกนั่นแหละ

3 - อ่านเถอะ ได้โปรด

1.1) เหตุการณ์ก่อนจะมาเป็นครู

- ข้อสอบภาษาญี่ปุ่นของปราบ ประเภท : SS(1)

- When it rains.... ประเภท : SS(1)

- Amendment   ประเภท : SS(2) อดีตของปราบ
  ตอนที่1/4       
  ตอนที่2/4       
  ตอนที่3/4       
  ตอนที่4/4
 


1.2) เหตุการณ์หลังมาเป็นครูที่ร.ร.ล.บ.

- การบ้าน 1B - แนะนำตัว ประเภท : DB(3)

- การบ้าน 2B - ความรู้สึกและท่าทีต่อนักเรียน (ครึ่งแรก)
  การบ้าน 2B - ความรู้สึกและท่าทีต่อนักเรียน (ครึ่งหลัง) ประเภท : DB(3)

- การบ้าน3B - สีสันและเสื้อผ้า ประเภท : MS(3)

การบ้าน4B - หลักสูตรที่ฉันจะสอน ประเภท : MS(3)

- การสอนคาบแรก- ข้อตกลงทั่วไปในห้องเรียน  ประเภท : MS(3)

- การสอนคาบ2 - ฮิรางานะ ประเภท : MS(3)

- การบ้าน5B - ความรู้สึกต่อครูท่านอื่น    ประเภท : MS(3)
     ตอนที่1     ตอนที่2      ตอนที่3     ตอนที่4(จบ) 

- เปิดตัววิทยากรพิเศษ (คุณโอกิ) ประเภท : MS(2)

- การบ้าน7B - ตะบองเพชรของฉั ประเภท : MS(3)

- กีฬาสี  ประเภท : MS(3)
  เรื่องราวก่อนกีฬาสี
  เรื่องราวก่อนกีฬาสี ตอนที่2

 

2) ความสัมพันธ์กับตัวละครอื่นในโรงเรียน

2.1) ครูเคน

    เป็นเพื่อนครูคนแรกๆที่ได้รู้จัก ออร่าบางอย่างจากครูเคนทำให้ปราบรู้สึกสบายใจที่จะอยู่ใกล้ๆ ครูเคนเป็นรุ่นพี่ที่ปราบให้ความเคารพ และเป็นที่ปรึกษาในหลายๆเรื่อง

ปราบไม่ค่อยชอบเวลาฝนตกแล้วครูเคนกลายเป็นโหมดดาร์คเคน ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ครูเคนยิ้มมากกว่า ช่วงหลังๆ ปราบจะสังเกตเห็นด้วยว่า ครูเคนเอาแต่ห่วงคนอื่น ไม่ค่อยห่วงตัวเองทำให้ปราบไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ส่วนหนึ่งก็เพราะรู้สึกว่าครูเคนเป็นฝ่ายช่วยเป็นที่ปรึกษาให้ตัวเองมาตลอด แต่พอครูเคนเป็นแบบนั้นแล้วตัวเองกลับช่วยอะไรไม่ได้

ในอนาคตมีประเด็นใหญ่รออยู่แน่ๆ...


2.2) วินด์

  เป็นลูกศิษย์ที่น่าจะสนิทที่สุดในตอนนี้ ถึงจะไม่ใช่ความสนิทแบบที่เข้าไปทักทายหรือเล่นหัวก็ตามคงเพราะความที่มีอะไรที่คล้ายกันอยู่มาก ทำให้ปราบอดที่จะยื่นมือเข้าไปยุ่งกับเรื่องของวินด์ไม่ได้

ถึงจะคล้าย ปราบก็รู้ว่าเรื่องของตัวเองกับวินด์ไม่เหมือนกัน
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอยากให้วินด์เปิดใจ เพราะรู้สึกว่าที่โรงเรียนลูกบาศก์มีแต่คนดีๆที่คงเปิดใจรับวินด์เป็นเพื่อนได้แน่นอน


2.3) ครูกวี

   เป็นเพื่อนครูรุ่นพี่ ที่ปราบเห็นเป็นน้องชายไปแล้วทั้งที่ครูกวีอายุมากกว่า
เนื่องจากเหตุการณ์เพลง Diamond Crevasse ทำให้ปราบรู้โดยไม่ต้องมีคนบอกว่าครูกวีคงสูญเสียใครบางคนที่สำคัญไป

เนื่องจากครูกวีเป็นซะแบบนั้น ทำให้ไปๆมาๆ ปราบเริ่มรู้สึกว่าตัวเองมีหน้าที่ต้องปกป้องน้องชาย


2.4) ครูอุนอุน


  ก็ยังทำให้สะดุ้งได้ทุกครั้งที่เจอ แต่หลังจากงานกีฬาสีที่ได้แข่งบาสทีมเดียวกับครูอุนแถมยังโดนครูเคน(ใจร้าย)ให้ไปซ้อมส่งลูกกันตัวต่อตัวอีก ทำให้ปราบเริ่มชินกับออร่าของครูอุนขึ้นบ้าง ในอนาคตคงได้สานสัมพันธ์กันมากขึ้นกว่านี้ (รอผปค.ครูอุนอุนอยู่นะค้า)


2.5) ครูกฤต

  ครูกฤตให้ความรู้สึกคล้ายๆปิ่นที่เป็นพี่สาว ปราบเลยรู้สึกสบายใจเวลาอยู่กับครูกฤตแต่ยังไม่ค่อยได้พูดคุยอะไรกับครูกฤตมากนัก จึงเหมือนจะเป็นความรู้สึกฝ่ายเดียว


2.6) ครูหมอโชค

  ช่วยรักษาข้อมือให้ตอนเอามือไปรับหมัดวินด์ตอนที่วินด์มีเรื่อง
ปราบจะบ่นๆ เวลาครูหมอโชคแหย่ครูกวี แต่ก็รู้ว่าครูหมอโชคแกล้งครูกวีเพราะเอ็นดู
ถือว่าเป็นความรู้สึกสนิทอยู่ฝ่ายเดียว 

(ปราบน่าจะยังไม่รู้เรื่องหมอโชคกับครูกฤต?)

2.7) ครูรันตร์

  ได้รับการช่วยเหลือจากครูรันตร์บ่อยๆ ทำให้รู้สึกในแง่ดีกับครูรันตร์
แต่ก็ยังเป็นความรู้สึกฝ่ายเดียวอยู่เช่นกัน

 

2.8) ครูท่านอื่นๆ/ นักเรียนคนอื่น

มีกล่าวถึงประปราย โดยเฉพาะช่วงกีฬาสีที่ทำให้ได้คุยกับนักเรียนที่ปรกติคงไม่ได้คุยด้วยอย่างเย้เย  แต่รู้สึกว่ายังไม่ถึงกับปลดล็อคตัวละครได้มากเท่าที่ควร

การดำเนินเรื่องต่อจากนี้คงจะพยายามปฏิสัมพันธ์กับตัวละครอื่นให้มากขึ้นโดยเริ่มจากใกล้ตัว คือนักเรียนในห้องเรียนภาษาญี่ปุ่น แล้วค่อยขยายวงออกไป

ส่วนครูและบุคคลากรท่านอื่นๆ จะพยายามปฏิสัมพันธ์ให้มากขึ้นโดยเฉพาะครูสายวิทย์ที่ตามปรกติแล้วไม่ค่อยเกี่ยวข้้องกัน
และดำเนินความสัมพันธ์กับครูสายภาษาอย่างครูเอมที่สอนอยู่ห้องติดกันให้มากขึ้น

(แต่จะสำเร็จมากน้อยแค่ไหนยังไม่สามารถบอกได้ ;; )

 

3. ความสัมพันธ์กับคนนอกโรงเรียนที่อยากบอก

คนใกล้ตัวปราบที่ควรรู้จัก

ปิ่น - พี่สาวฝาแฝด

ชิน - เพื่อนสนิทสมัยปราบกับปิ่นไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น
        เป็นคนญี่ปุ่นที่พูดไทยได้คล่องปร๋อ

คุณโอกิ - เจ้านายของชิน ปราบสอนภาษาไทยให้อยู่ในขณะนี้
              เป็นคนญี่ปุ่นที่พูด และอ่านเขียนภาษาไทยได้

ก๊วนเพื่อน - หากมีชื่อแปลกๆนอกเหนือจากนี้หลุดมา จับยัดลงที่หมวดนี้

 

4. พัฒนาการของปราบ

ปราบมีนิสัยออกจะไ่ม่ค่อยชอบเข้าสังคม รู้สึกวางตัวไม่ค่อยจะถูกถ้าต้องอยู่ในกลุ่มคนใหญ่ๆก็เลยไม่ค่อยมั่นใจ เมื่อต้องมาเป็นครูที่โรงเรียนลูกบาศก์

ดังนั้นประเด็นของปราบ นอกจากการสอนแล้ว จึงเป็นความพยายามที่จะทำตัวให้เป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนลูกบาศก์ด้วย

จนถึงปัจจุบัน ยังเข้าหานักเรียนได้ไม่่ค่อยดีนัก
บางทีก็อยากจะเข้าหา แต่ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง เพราะไม่ถนัดกับเรื่องผูกมิตรกับคนอื่นเท่าไหร่ ก็เลยหันไปพยายามสอนให้ดีที่สุด เพราะอย่างน้อยนั่นคือสิ่งที่ทำได้เพื่อนักเรียน

ส่วนกับเพื่อนร่วมงาน ปราบรู้สึกในแง่บวกกับเพื่อนครูทุกคน
ถึงจะมีคนที่ไม่ค่อยได้คุยด้วย แต่ปราบก็รู้สึกดีด้วยอยู่เงียบๆ

พัฒนาการของปราบในการปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างอาจจะช้าไปบ้าง แต่อย่างน้อยๆตอนนี้เจ้าตัวก็เริ่มที่จะรู้สึกมั่นคงและปลอดภัยในสังคมร.ร.ล.บ.มากขึ้น

สรุปความเปลี่ยนแปลง

- ปราบยิ้มให้เห็นมากขึ้น (จากเดิมที่ตีหน้าเรียบๆซะส่วนใหญ่)

- เริ่มสนิทใจในการพูดคุยกับนักเรียนในคลาสที่ตัวเองเป็นคนสอน

- เริ่มสนิทใจในการพูดคุยกับเพื่อนครูมากขึ้น (โดยเฉพาะกับครูเคน)

- จากที่เฉยๆกับอาชีพครู ตอนนี้เริ่มที่จะรักในสิ่งที่ทำ
  ดังนั่นต่อให้ปิ่นหายดี ปราบก็คงสอนต่อ

 


5. การดำเนินเรื่องต่อจากนี้

- สานสัมพันธ์กับนักเรียนโดยเริ่มจากในห้องภาษาญี่ปุ่นก่อน
  (สำหรับปราบที่นิสัยแบบนี้ คงง่ายกว่าที่จะเริ่มต้นจากกลุ่มนักเรียนใกล้ตัว)

- สานสัมพันธ์กับครูและบุคลาการท่านอื่นๆที่ยังไม่เคยคุยด้วย หรือได้คุยด้วยบ้างแต่
  ยังไม่มากเท่าที่ควร (แต่ก็คงต้องแล้วแต่ความเอื้อของสถานการณ์)

- จะมีพิธีชงชาในคาบภาษาญี่ปุ่น ซึ่งจะต้องมีการเตรียมการก่อนหน้านั้นพอสมควร...

- จะมีประเด็นด้านความรักเกิดขึ้น??? (ซึ่งผปค.ปวดตับที่จะเขียนมาก)
  แต่จะให้ความสำคัญเป็นประเด็นรอง เอาหน้าที่ในฐานะครูเป็นหลัก

 

6. ข้อแนะนำในการเขียนถึงปราบ

- ปราบถึก ไม่อ่อนไหว ไม่จำเป็นต้องได้รับการปกป้องเป็นพิเศษ (ภาษาสาววาย - ไม่ใช่เคะตัวนิ่ม)

- อยู่เฉยๆจะดูนิ่งๆ 

- เกรงใจคนที่อายุมากกว่า และแพ้ทางผู้หญิง

- ใช้คำสุภาพ (ดู DB1.1 ข้อ6 )

- ต่อให้โกรธ ก็ยังรับฟังเหตุผล ถ้าเหตุผลฟังขึ้น ก็จะหายโกรธ

- เป็นห่วงคนรอบตัวจนสามารถทำอะไรโดยไม่คิดถึงตัวเอง

- อยากเป็นฝ่ายเข้าหานักเรียน แต่ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ก็เลยเข้าหาผ่านทางการสอน

 

 

หมายเหตุ

ช่วงเทอมสอง จะเป็นช่วงที่ผปค.กำลังวิกฤตทีสิส
แถมพอส่งทีสิส ก็จะเจอวิกฤตฝึกงานต่อ ยังไม่แน่ใจว่าจะเขียนได้ตามเป้าหรือไม่
แต่อย่างน้อยๆ ตั้งใจว่าจะเอาคาบชงชาให้รอดให้ได้ เพราะอยากเขียนมานานแล้ว

ตารางชีวิตของผปค.ช่วงนี้กำลังอยู่ในจุดที่เปลี่ยนแปลงอย่างที่สุดค่ะ

ตั้้งแต่ปลายเดือนมี.ค. ต้องย้ายบ้าน ซึ่งจะทำให้ไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้ตามปรกติ

แล้วพอเข้าฝึกงานช่วงเดือนเม.ย. ก็ไม่รู้ว่าจะได้อยู่ที่ไหน แล้วมีอินเตอร์เน็ตให้ติดต่อกับโลกภายนอกหรือเปล่า

พอเข้าเดือนพ.ค. ก็ย้ายไปประจำยังสถานที่ทำงานจริง ช่วงนั้นคงต้้องปรับตัวกันอีกพักใหญ่

เป็นช่วงชีวิตที่ไม่รู้ซึ่งชะตากรรมตัวเองเลยค่ะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

(ภาษาสาววาย - ไม่ใช่เคะตัวนิ่ม)

อ่านถึงตรงนี้แล้วขำกระจาย ไม่ใช่เคะตัวนิ่ม แต่เป็นเคะซึนสินะ(?)

(/โดนท่านอาซานะโบกร่วง)

เขียนได้เคลียร์มากเลยค่ะ ชอบตรงข้อแนะนำวิธีเขียนถึงครูปราบมากเลยค่ะ ขออนุญาตเอาไปเสริมใน DB ของครูเอมบ้างนะคะ

โหววว วิกฤตจริงๆด้วย ช่วงนั้นคงแทบไ่ม่ได้เจอกันเลยสินะ สู้ๆเค้านะคะ

#1 By irindel on 2008-12-20 15:48

ภาษาสาววาย - ไม่ใช่เคะตัวนิ่ม
ขำอ่ะ ไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อน
ขออีกนิดนึงเหอะ
หมายถึงว่าไม่เคะตัวนิ่มแต่ก็เคะสินะ (โดนโบก)

อยากอ่านประเด็นความรักของครูปราบ
*ปูเสื่อ รอดู

สู้ๆนะคะเป็นช่วงเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งใหญ่
เลยสินะ

#2 By mutsuki on 2008-12-20 23:33

ถึงกับปวดตับเลยเหรอ?

open-mounthed smile

#3 By aki on 2008-12-22 12:37