Tag เรียน......อย่างคนมีกึ๋น

กติกา:
1. copy กติกาของแท็กคนมีกึ๋นไปใส่ไว้ในเอ็นทรี่
2. ตั้งชื่อเอ็นทรี่เป็น "Tag เรียน....อย่างคนมีกึ๋น" <-- ใส่ชื่อคณะหรือเอกที่คุณเรียนลงไป
3. ตอบคำถาม 5 ข้อต่อไปนี้

- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??
4. พิมพ์ชื่อ Tags ให้ไปอยู่ในหมวดหมู่ของคณะตัวเอง เช่น มนุษยศาสตร์ นิติศาสตร์ ฯลฯ
รวมถึงหมวดหมู่ Admission เพื่อให้น้องๆ ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ได้เข้าไปเลือกอ่านได้ตามความสนใจ จากนั้นอย่าลืม.. ส่ง tag ต่อ

*******************

เรียนต่อญี่ปุ่นด้วยทุนบิดามารดาตรู อย่างคนมีกึ๋น


ปัจจุบันเป็นนักศึกษาระดับปริญญาโท ปี2 คณะLanguage Education and Information Science
มหาวิทยาลัย Ritsumeikan University, เกียวโต

สำหรับปริญญาตรี จบคณะ Asia Pacific Studies (สาขาสังคมศาสตร์นั่นเอง)
จากมหาวิทยาลัย Ritsumeikan Asia Pacific University, โออิตะ (คิวชู)



- เรียนญี่ปุ่น เรียนยังไง ต้องเริ่มอะไรยังไงบ้าง


เริ่มต้นที่โรงเรียนสอนภาษา

ถ้าหากเลือกที่จะมาเอง และที่บ้านสามารถส่งเสียให้ได้ สำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐานทางภาษามาก่อน คุณสามารถเริ่มต้นสมัครเรียน
ที่โรงเรียนสอนภาษาสักแห่งในญี่ปุ่นก่อน ซึ่งกว่าคุณจะมีความสามารถทางภาษาพอให้ใช้สอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่นได้
ก็จะใช้เวลาอย่างน้อย 1 -2 ปี ขึ้นกับความพยายาม  แต่ถ้าหากคุณพอจะมีพื้นภาษาญี่ปุ่นบ้าง ก็อาจจะเร็วขึ้น

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร การจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยของญี่ปุ่น คุณต้องมีความสามารถภาษาญี่ปุ่นอย่างต่ำ ระดับ2
เน้นว่าอย่างต่ำ เพราะส่วนมากแล้วเค้าจะรับกันที่ระดับ1
อย่าเพิ่งปอด การจะผ่านสอบวัดระดับ1 ในระยะเวลา1-2ปี มันไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพียงแต่คุณจะทุ่มเทให้ได้มากแค่ไหน

ในขั้นนี้ คุณสามารถติดต่อหาโรงเรียนสอนภาษาที่ญี่ปุ่นผ่านทาง สถาบันสอนภาษาอย่าง J-Education หรือ Mainichi
หรือคุณอาจจะติดต่อผ่านทางโรงเรียนทางโน้นด้วยตัวเองก็ได้  ลองดูรายละเอียดของแต่ละโรงเรียนแล้วเปรียบเทียบเอาเองว่าโรงเรียนไหนที่เหมาะกับคุณ


สอบเข้ามหาวิทยาลัยของญี่ปุ่น

การจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยของญี่ปุ่น คุณต้องผ่านการสอบวัดระดับนักเรียนต่างชาติ หรือที่เรียกว่า
Nihon ryuugakusei shaken (Examination for Japanese University Admission for
International Students)


ในปีหนึ่งจะจัดสอบสองครั้งคือ
- ช่วงเดือน มิถุนายน (เปิดรับใบสมัครสอบช่วงเดือนก.พ.-มี.ค.)
- ช่วงเดือน พฤศจิกายน (เปิดรับใบสมัครสอบช่วงเดือนมิ.ย.-ก.ค.)

((ดูรายละเอียดการสอบเพิ่มเติมได้ ที่นี่ ))


การสอบแบ่งเป็นสายวิทย์กับสายศิลป์
สายวิทย์ สอบ
- ภาษาญี่ปุ่น
- วิทยาศาสตร์: ฟิสิกส์, เคมี, ชีวะ- เลือกสอบ2ใน3วิชา
(แล้วแต่คณะที่คุณต้องการเข้าจะต้องการคะแนนจากวิชาไหน)

- คณิตศาสตร์สำหรับสายวิทย์

สายศิลป์ สอบ
- ภาษาญี่ปุ่น
- สังคม (Japanese and the World)

- คณิตศาสตร์สำหรับสายศิลป์

((อ่านรายละเอียดวิชาการสอบได้ที่นี่))

แน่นอนว่าการสอบทั้งหมดเป็นภาษาญี่ปุ่น

ส่วนจะสอบวิชาไหน แล้วแต่คณะ แล้วแต่มหาวิทยาลัย
คุณต้องหาข้อมูลก่อนว่ามหาลัยที่คุณอยากเข้า เค้าต้องการคะแนนจากวิชาไหนบ้าง
บางที่อาจจะจับคุณสอบข้อสอบของเค้าเอง หรือบางที่อาจจะให้คุณสอบ
ภาษาอังกฤษด้วย แล้วแต่ ข้าพเจ้าก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน

แต่ข้าพเจ้าไม่เคยสอบข้อสอบนี้ เพราะสอบตรงกับทางมหาลัย
จึงอธิบายไม่ได้ว่าข้อสอบยากง่ายขนาดไหน ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย


- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ

ความอึด ความอดทน ความพยายาม

อึด ที่จะท่องคันจิที่ไม่มีในภาษาไทย
อย่าบอกว่าก็มันไม่ใช่ภาษาพ่อภาษาแม่ มันไม่ใช่ข้ออ้าง
ถ้าอยากประสบความสำเร็จ คุณก็ต้องเอาชนะมันไปให้ได้

อดทน ที่จะต่อสู้คนเดียวในบ้านเมืองที่ไม่รู้จัก
ไม่มีพ่อแม่คอยโอ๋คุณ ป่วยแทบตายแค่ไหนก็ไม่มีคนมาประคบประหงม
ชีวิตคุณคุณรับผิดชอบได้ไหม?

ความพยายาม ไม่ว่าจะหนักหนาแค่ไหน
ต่อสู้กับตัวเอง ต่อสู้กับความท้อแท้
ถึงจะมีบางเวลาที่รู้สึกว่าตัวเองไม่เห็นก้าวหน้าไปไหนก็ไม่ยอมแพ้


- อยากบอกน้องๆที่อยากมาญี่ปุ่นว่า...

มันไม่ใช่อะไรที่สวยงามเหมือนในฝันหรอกนะ
คุณมาเพราะความรักในตัวคนที่คุณชอบ หรือการ์ตูนที่คุณชอบได้
ไม่ผิดหรอก แต่ถ้ามาแล้ว จงอย่าลืมว่าพ่อแม่ท่านลำบากแค่ไหน
จะบ้าการ์ตูน บ้านักร้อง บ้าได้ แต่ก็ตั้งใจเรียนให้คนที่บ้านปลื้มใจด้วย
"จะบ้า ก็บ้าอย่างมีคุณภาพ"

อย่าสักแต่ว่าอยากมาเหยียบญี่ปุ่น ถ้าแบบนั้นคุณจองทัวร์มาดีกว่ามา
ไหนๆจะมาเรียน ก็ให้รู้เสียก่อนว่าคุณอยากเรียนด้านไหน แล้วพยายามเรียน
ออกมาให้ได้ดีที่สุด จะได้ไม่เสียเวลาทีหลัง

ด้วยความปราถนาดี...

 

*********
หมายเหตุ - ตอนสอบเข้าป.ตรี ข้าพเจ้าสอบตรงจากเมืองไทย และเนื่องจากตอนป.ตรีเีรียนเป็นภาษาอังกฤษ
เลยไม่ต้องเข้าเรียนที่โรงเรียนสอนภาษาก่อน

แต่หลังจากจบป.ตรี ข้าพเจ้าเข้าโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นต่อเพื่อเตรียมสอบเข้าป.โท (ป.โทเรียนเป็นภาษาญี่ปุ่น)
สิ่งที่เขียนนี่จึงไม่ใช่ประสบการณ์ตรงเสียทีเดียว แต่ก็คิดว่าคงพอช่วยให้น้องๆเห็นภาพการเรียนที่ญี่ปุ่นได้บ้าง
จึงเขียนแท็คนี้ขึ้น

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Good job!!!!

จะจำใส่กบาลน้อยๆ ไว้เลยแหละว่า "พ่อแม่คุณเหนื่อยขนาดไหน"sad smile

#1 By แมวหน้าแว่น on 2008-10-05 10:41

รอให้มีคนเขียนเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ ^_^ เพราะประสบการณ์ตัวเองมันผ่านมานานแล้ว รอให้คนที่เรียนอยู่มาเขียนมันจะทันสมัยกว่า ^_^

ว่าแต่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกันเลยนะคะ ^_^

#2 By Hayashi Kisara on 2008-10-05 10:56

อื้อ พ่อแม่เค้าเหนื่อยขนาดไหน...

จะจำไว้

อ่า.. พี่ก็สู้ๆนะฮะ 'w')
ค่ะพี่
แล้วนู๋จะพยายามทำให้สำเร็จ
นู๋อาจจะอยากไปเพราะชอบนักร้อง
แต่ถ้านู๋ได้ไป พ่อแม่นู๋ต้องไม่ผิดหวัง

#4 By yamakawaii on 2008-11-08 18:50

ขอบคุณมากค่ะ สำหรับบทความที่นำมาแบ่งปันให้กัน。◕‿◕。

#5 By เรียนต่อต่างประเทศ (58.9.226.45) on 2009-01-17 19:51