Tag เรียนต่อญี่ปุ่นด้วยทุนบิดามารดาตรู อย่างคนมีกึ๋น
posted on 05 Oct 2008 10:16 by asahina in life
กติกา:
1. copy กติกาของแท็กคนมีกึ๋นไปใส่ไว้ในเอ็นทรี่
2. ตั้งชื่อเอ็นทรี่เป็น
"Tag เรียน....อย่างคนมีกึ๋น" <-- ใส่ชื่อคณะหรือเอกที่คุณเรียนลงไป
3. ตอบคำถาม 5 ข้อต่อไปนี้
- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร
สาขาอะไรอยู่?
- สาขาที่เรียน
เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา
1 ข้อ
- อยากบอกน้องๆ
ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??
4. พิมพ์ชื่อ Tags ให้ไปอยู่ในหมวดหมู่ของคณะตัวเอง
เช่น มนุษยศาสตร์ นิติศาสตร์ ฯลฯ
รวมถึงหมวดหมู่
Admission เพื่อให้น้องๆ
ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ได้เข้าไปเลือกอ่านได้ตามความสนใจ
จากนั้นอย่าลืม.. ส่ง tag ต่อ
*******************
เรียนต่อญี่ปุ่นด้วยทุนบิดามารดาตรู
อย่างคนมีกึ๋น
ปัจจุบันเป็นนักศึกษาระดับปริญญาโท ปี2 คณะLanguage Education and Information Science
มหาวิทยาลัย Ritsumeikan University, เกียวโต
สำหรับปริญญาตรี จบคณะ Asia Pacific Studies (สาขาสังคมศาสตร์นั่นเอง)
จากมหาวิทยาลัย Ritsumeikan Asia Pacific University, โออิตะ (คิวชู)
- เรียนญี่ปุ่น เรียนยังไง
ต้องเริ่มอะไรยังไงบ้าง
เริ่มต้นที่โรงเรียนสอนภาษา
ถ้าหากเลือกที่จะมาเอง และที่บ้านสามารถส่งเสียให้ได้
สำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐานทางภาษามาก่อน คุณสามารถเริ่มต้นสมัครเรียน
ที่โรงเรียนสอนภาษาสักแห่งในญี่ปุ่นก่อน ซึ่งกว่าคุณจะมีความสามารถทางภาษาพอให้ใช้สอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่นได้
ก็จะใช้เวลาอย่างน้อย 1 -2 ปี ขึ้นกับความพยายาม แต่ถ้าหากคุณพอจะมีพื้นภาษาญี่ปุ่นบ้าง
ก็อาจจะเร็วขึ้น
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร การจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยของญี่ปุ่น
คุณต้องมีความสามารถภาษาญี่ปุ่นอย่างต่ำ ระดับ2
เน้นว่าอย่างต่ำ เพราะส่วนมากแล้วเค้าจะรับกันที่ระดับ1
อย่าเพิ่งปอด การจะผ่านสอบวัดระดับ1 ในระยะเวลา1-2ปี
มันไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพียงแต่คุณจะทุ่มเทให้ได้มากแค่ไหน
ในขั้นนี้ คุณสามารถติดต่อหาโรงเรียนสอนภาษาที่ญี่ปุ่นผ่านทาง สถาบันสอนภาษาอย่าง J-Education หรือ Mainichi
หรือคุณอาจจะติดต่อผ่านทางโรงเรียนทางโน้นด้วยตัวเองก็ได้
ลองดูรายละเอียดของแต่ละโรงเรียนแล้วเปรียบเทียบเอาเองว่าโรงเรียนไหนที่เหมาะกับคุณ
สอบเข้ามหาวิทยาลัยของญี่ปุ่น
การจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยของญี่ปุ่น คุณต้องผ่านการสอบวัดระดับนักเรียนต่างชาติ หรือที่เรียกว่า
Nihon
ryuugakusei shaken (Examination for Japanese University Admission for
International Students)
ในปีหนึ่งจะจัดสอบสองครั้งคือ
- ช่วงเดือน มิถุนายน (เปิดรับใบสมัครสอบช่วงเดือนก.พ.-มี.ค.)
- ช่วงเดือน พฤศจิกายน (เปิดรับใบสมัครสอบช่วงเดือนมิ.ย.-ก.ค.)
((ดูรายละเอียดการสอบเพิ่มเติมได้ ที่นี่ ))
การสอบแบ่งเป็นสายวิทย์กับสายศิลป์
สายวิทย์ สอบ
- ภาษาญี่ปุ่น
- วิทยาศาสตร์:
ฟิสิกส์, เคมี,
ชีวะ- เลือกสอบ2ใน3วิชา
(แล้วแต่คณะที่คุณต้องการเข้าจะต้องการคะแนนจากวิชาไหน)
-
คณิตศาสตร์สำหรับสายวิทย์
สายศิลป์ สอบ
- ภาษาญี่ปุ่น
- สังคม (Japanese
and the World)
-
คณิตศาสตร์สำหรับสายศิลป์
((อ่านรายละเอียดวิชาการสอบได้ที่นี่))
แน่นอนว่าการสอบทั้งหมดเป็นภาษาญี่ปุ่น
ส่วนจะสอบวิชาไหน แล้วแต่คณะ แล้วแต่มหาวิทยาลัย
คุณต้องหาข้อมูลก่อนว่ามหาลัยที่คุณอยากเข้า เค้าต้องการคะแนนจากวิชาไหนบ้าง
บางที่อาจจะจับคุณสอบข้อสอบของเค้าเอง หรือบางที่อาจจะให้คุณสอบ
ภาษาอังกฤษด้วย แล้วแต่ ข้าพเจ้าก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน
แต่ข้าพเจ้าไม่เคยสอบข้อสอบนี้ เพราะสอบตรงกับทางมหาลัย
จึงอธิบายไม่ได้ว่าข้อสอบยากง่ายขนาดไหน ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
ความอึด ความอดทน ความพยายาม
อึด ที่จะท่องคันจิที่ไม่มีในภาษาไทย
อย่าบอกว่าก็มันไม่ใช่ภาษาพ่อภาษาแม่ มันไม่ใช่ข้ออ้าง
ถ้าอยากประสบความสำเร็จ คุณก็ต้องเอาชนะมันไปให้ได้
อดทน ที่จะต่อสู้คนเดียวในบ้านเมืองที่ไม่รู้จัก
ไม่มีพ่อแม่คอยโอ๋คุณ ป่วยแทบตายแค่ไหนก็ไม่มีคนมาประคบประหงม
ชีวิตคุณคุณรับผิดชอบได้ไหม?
ความพยายาม ไม่ว่าจะหนักหนาแค่ไหน
ต่อสู้กับตัวเอง ต่อสู้กับความท้อแท้
ถึงจะมีบางเวลาที่รู้สึกว่าตัวเองไม่เห็นก้าวหน้าไปไหนก็ไม่ยอมแพ้
- อยากบอกน้องๆที่อยากมาญี่ปุ่นว่า...
มันไม่ใช่อะไรที่สวยงามเหมือนในฝันหรอกนะ
คุณมาเพราะความรักในตัวคนที่คุณชอบ หรือการ์ตูนที่คุณชอบได้
ไม่ผิดหรอก แต่ถ้ามาแล้ว จงอย่าลืมว่าพ่อแม่ท่านลำบากแค่ไหน
จะบ้าการ์ตูน บ้านักร้อง บ้าได้ แต่ก็ตั้งใจเรียนให้คนที่บ้านปลื้มใจด้วย
"จะบ้า ก็บ้าอย่างมีคุณภาพ"
อย่าสักแต่ว่าอยากมาเหยียบญี่ปุ่น ถ้าแบบนั้นคุณจองทัวร์มาดีกว่ามา
ไหนๆจะมาเรียน ก็ให้รู้เสียก่อนว่าคุณอยากเรียนด้านไหน แล้วพยายามเรียน
ออกมาให้ได้ดีที่สุด จะได้ไม่เสียเวลาทีหลัง
ด้วยความปราถนาดี...
*********
หมายเหตุ - ตอนสอบเข้าป.ตรี ข้าพเจ้าสอบตรงจากเมืองไทย และเนื่องจากตอนป.ตรีเีรียนเป็นภาษาอังกฤษ
เลยไม่ต้องเข้าเรียนที่โรงเรียนสอนภาษาก่อน
แต่หลังจากจบป.ตรี ข้าพเจ้าเข้าโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นต่อเพื่อเตรียมสอบเข้าป.โท (ป.โทเรียนเป็นภาษาญี่ปุ่น)
สิ่งที่เขียนนี่จึงไม่ใช่ประสบการณ์ตรงเสียทีเดียว แต่ก็คิดว่าคงพอช่วยให้น้องๆเห็นภาพการเรียนที่ญี่ปุ่นได้บ้าง
จึงเขียนแท็คนี้ขึ้น

จะจำใส่กบาลน้อยๆ ไว้เลยแหละว่า "พ่อแม่คุณเหนื่อยขนาดไหน"
#1 By แมวหน้าแว่น on 2008-10-05 10:41