[CS: โครงการส่งเสริมความเป็นไทย] น้ำมันมะกอก
posted on 16 Aug 2008 13:13 by asahina in CubicSchool[CS: โครงการส่งเสริมความเป็นไทย]
เนื้อเรื่้ิองอันเป็นส่วนหนึ่งของ โครงการส่งเสริมความเป็นไทย ของโรงเรียนลูกบาศก์ค่ะ
-น้ำมันมะกอก-
เวลาบ่ายแก่ๆ
เสียงเปิดประตูเหล็กหน้าบ้านเรียกให้สองมะหมาที่นั่งตากลมอยู่ที่สนามหญ้าหลังบ้านหูตั้งขึ้น
ก่อนข้าวปั้น และหมั่นโถ
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสายพันธุ์สี่ขาแห่งบ้านศศบดี
จะรีบวิ่งแจ้นไปหน้าบ้าน เพื่อดูว่าผู้ที่มาใหม่เป็นใคร
และเมื่อพบว่าผู้ที่เดินเข้ามา คือ “พี่ปราบ” หูหางที่ตั้งระวังระไว ก็เปลี่ยนลู่ไปด้านหลัง
ก่อนหางเป็นพวง
ของหมั่นโถ จะกระดิกตามหางดาบของข้าวปั้นตามไปติดๆ
“อ้าว ปราบ
กลับมาแล้วเหรอลูก”
“ครับแม่”
ปราบขานรับผู้เป็นแม่ที่ส่งเสียงทักทายมาจากทางหลังบ้าน
ก่อนจะก้มลงลูบหัวคู่หู”โถข้าว” ที่ตอนนี้แย่งกันกระโดดเลียมือเลียไม้เอาหน้า
พี่ชายต่างสายพันธุ์ของตัวเองกันใหญ่
“ปราบกลับมาแล้วเหรอ! พอดีเลย นี่ๆ มาทางนี้สิๆ!”
คราวนี้เสียงที่ร้องเรียกเป็นเสียงของปิ่น
พี่สาวฝาแฝด
เสียงที่เริงร่าเหมือนกำลังเล่นสนุกอะไรอยู่ทำให้ปราบสงสัย
ชายหนุ่มเดินไปทางสนามหญ้าหลังบ้านพร้อมทั้งคิดว่า
‘ทำอะไรกันอยู่น่ะ’
โดยที่มีคู่หูโถข้าววิ่งอ้อมหน้าอ้อมหลังตามไปด้วย
และเมื่อไปถึงแหล่งที่มาของเสียง
ปราบก็พบปิ่น ผู้เป็นพี่สาว นั่งอยู่บนรถเข็นประจำตัว
ซึ่งตั้งอยู่กลางสนามหญ้า โดยมีผืนพลาสติกใสพันซ้อนผ้าขนหนูอยู่รอบคอ
ปล่อยให้ชายยาวลงมาถึงพื้นคล้ายกับคนเวลาเตรียมตัดผม
ไม่ไกลกัน มีสายยางรดน้ำที่ต่อมาจากก๊อกแถวนั้น ถังน้ำ ขัน
อุปกรณ์ครบครันสำหรับสระผม
“ทำอะไรกันหรือครับแม่? ปิ่น?”
ชายหนุ่มถามด้วยรอยยิ้มพลางหันไปเกาพุงให้ข้าวปั้นและหมั่นโถวที่นอนแอ้แต้แต่โดยดี
ถ้าให้เดาจากสิ่งที่เห็นก็คงเดาได้ว่าแม่กำลังจะสระผมกลางแจ้งให้พี่สาวกระมัง?
“แม่จะหมักผมให้ล่ะ ปราบก็หมักด้วยกันสิ”
“หมักผม?”
ปราบทวนคำพลางขมวดคิ้ว
ในหัวก็ไพล่คิดไปถึงครีมหมักผมราคาแพงอย่างที่เคยเห็นวางขาย
อยู่ตามแผนกเครื่องสำอาง แต่ก่อนที่จะได้ทันถามว่ากระไร แม่ของเขาก็พูดขึ้นมาเสียก่อน
“เมื่อเช้าแม่ตามพ่อเค้าไปตลาดนัดมา”
หญิงสาวสูงวัยพูดพลางหยิบขวดแก้วในถุงขึ้นมาอวด
และเมื่อเห็นของเหลวสีอำพันในขวดแก้วที่ดูคุ้นตา ปราบก็ยิ้มออกมา
“อ้อ น้ำมันมะกอกนี่เอง”
“ปราบหมักด้วยไหมล่ะลูก”
แฝดคนน้องมองพี่สาวที่ส่งยิ้มเหมือนเด็กๆชวนเล่นซนมา
แล้วสุดท้ายก็ยอมพยักหน้า
“ก็ได้ฮะ”
แล้วไม่นานต่อจากนั้น เก้าอี้อีกตัวก็ถูกชายหนุ่มยกมาวางข้างๆรถเข็นของพี่สาวที่ยังต้องเข้าเฝือก
เนื่องจากไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำจะโดนแผล
แม่จึงใช้เพียงแค่ผ้าขนหนูผืนใหญ่มาพันกันเสื้อเปื้อนน้ำมันให้
ก่อนจะหนีบไว้ด้วยไม้หนีบผ้า
แม่เริ่มละเลงน้ำมันมะกอกให้ปิ่นก่อน
เสร็จแล้วจึงหันมาจัดการลูกชายฝาแฝดอีกคน
“แหม ไม่ได้ทำแบบนี้มานานแล้วนะเนี่ย...”
คุณนายปูนยศ หรือแม่ปูนของสองแฝดหัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะพูดต่อ
“ตั้งแต่เราสองคนหายเป็นเหานั่นแหละ”
“แม่ฮะ!/แม่ก็!”
ฝาแฝดร้องออกมาพร้อมกัน
ปิ่นหันมามองค้อนผู้เป็นมารดา ส่วนปราบก็ทำหน้ายับ
“เรื่องตั้งแต่สมัยอนุบาลแล้วนะคะแม่...”
“แล้วก็ไม่ใช่ว่าพวกผมทำตัวซกมกให้เป็นเสียหน่อย”
สองพี่น้องร้องทุกข์ให้กับตัวเอง
ซึ่งมันก็เป็นความจริง
ต้นเหตุน่ะเพราะนั่งรถโรงเรียนแท้ๆเชียว พอคนหนึ่งเป็น ก็เลยติดกันไปทั้งรถ
“จ้าๆ แม่แค่ล้อเล่นเอง”
แม่ปูนว่าพลางเทน้ำมันในขวดใส่ผมให้ลูกชายเพิ่มอย่างอารมณ์ดี
“แต่น้ำมันมะกอกนี่ดีนะ ตอนนั้นผมปิ่นกับปราบนุ่มอย่าบอกใครเลย”
“ไม่แสบหัวด้วยค่ะ”
ปิ่นยิ้มกว้าง ถึงเธอกับปราบจะจำเรื่องสมัยอนุบาลได้อย่างรางเลือน
แต่สิ่งหนึ่งที่จำได้ฝังใจเลยก็คือความแสบร้อนของยาฆ่าเหา
ที่โดนครั้งเดียวก็เข็ดจนวันตาย
ดังนั้นพอแม่เธอบอกว่าน้ำมันมะกอกก็ใช้จัดการเหาได้
สองพี่น้องจึงไม่ลังเลที่จะขอใช้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้ เพราะนอกจากจะไม่ทำให้แสบ
หนังศีรษะ ยัง(ได้ยินผู้ใหญ่บอกว่า)ทำให้ผมสวย
น้ำมันมะกอกจึงดูเปล่งประกายและเป็นดั่ง
ฮีโร่ในดวงใจของสองพี่น้องไปในทันที...
“นี่สงสัยเพราะไม่ได้น้ำมันมะกอกแน่เลย เดี๋ยวนี้ผมปิ่นเลยไม่สวยแล้ว”
ปิ่นหันมามองปราบเหมือนขอความเห็น แต่ผู้เป็นน้องก็แค่ยิ้มให้
เนื่องจากการหมักผมก่อนสระทุกครั้ง
ดูจะเป็นเรื่องยาวนานเสียเหลือเกินสำหรับเด็กๆ
อย่างปิ่นและปราบเมื่อสมัยนั้น
พอมั่นใจว่าเหาคงไม่ย่างกรายเข้ามาอาศัยบนหัวของตนแน่แล้ว
สองแฝดก็เลยเลิกหมักผมด้วยน้ำมันมะกอกไปด้วย...
“แม่ก็ซื้อมาให้แล้วไง อยู่บ้านว่างๆก็ให้แม่หมักให้สิ”
ปราบแหย่พี่สาว
“ใครว่าว่างกัน เค้าแปลงานอยู่หรอก”
“แปลหน้านึง นอนตีพุงซะครึ่งวันน่ะสิ”
“เอ้า ไม่งั้นจะมีเวลารับโทรศัพท์คุณครูขาดความมั่นใจบางคนเหรอ”
พอโดนย้อนแบบนั้นเข้าไป ปราบเลยต้องยกมือยอมแพ้
“โอเค ว่าไงก็ว่าตามกัน”
ว่าแล้วปราบก็หันมาขยิบขวดน้ำมันมะกอกขึ้นมาอ่านฉลาก
ถ้าหากน้ำมันดอกคาเมเลีย หรือดอกซึบากิ
คือภูมิปัญญาในการรักษาผมให้สลวยเป็นเงางามของคนญี่ปุ่น
น้ำมันมะกอกก็คงเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านไทยๆที่หาได้ทั่วไป
โดยไม่ต้องไปขวนขวายหาครีมหมักผมราคาแพงของเมืองนอกเมืองนากระมัง...
ของดีออกจะอยู่ใกล้ตัวแท้ๆ...
***********
“หืม แบบนี้นี่เอง มิน่าล่ะผมครูปราบวันนี้ดูแปลกกว่าทุกวัน”
“มันเห็นความแตกต่างกันชัดเจนอย่างนั้นเลยหรือครับ ครูไม”
ปราบแค่นยิ้ม...
เพราะได้ยินครูกฤต ครูไมและครูเอมกำลังคุยกันถึงเคล็ดลับการทำให้ผมสวย
เขาจึงอดพูดถึงสรรพคุณของน้ำมันมะกอกไม่ได้
“หืม...ครูปราบใช้น้ำมันมะกอกเหรอคะ....”
แต่แล้วเสียงเย็นๆหลอนๆที่ดังขึ้นข้างๆหูก็ทำให้ปราบสะดุ้งเฮือก...แม้จะไม่ได้กระโดดเสียไกล
เหมือนครูซันยามดีใจที่ได้เจอเจ้ารถไฟโดยไม่คาดฝัน(??) แต่นั่นก็ทำให้ครูภาษาญี่ปุ่นผงะ
ไถเก้าอี้ประจำตัว
ออกไปไกลในระยะหนึ่ง...
“ค...ครูอุน...อรุณสวัสดิ์ครับ....”
แม้จะไม่ได้มีอคติอะไรกับครูควอเทียม
ครูประจำวิชาเคมีแห่งโรงเรียนลูกบาศก์ แต่เพราะความที่
ไม่ถูกกับเรื่องภูติผีวิญญาณ ทำให้ร่างกายมีปฏิกิริยาไปเองโดยอัตโนมัติ....
"พูดถึงเรื่องแชมพู...."
หลังจากทักทายกันเีรียบร้อยแล้ว
ครูอุนก็พูดต่อจากบทสนทนาเมื่อครู่...
“ไม่สนใจมาลองใช้แชมพูสูตรอุนบ้างเหรอคะ
อุนคิดค้นเองเลยนะ....”
ครูทั้งสี่คนมองหน้ากันเอง...แล้วทุกคนก็ยิ้มออกมา...
“ไม่เป็นไรค่ะ/ครับ”
fin.
************
แถม...
“ครูปราบคะ ไมลองจับผมครูปราบดูได้ไหมคะ”
“เอ้อ...ก็ได้ครับ...”
“อืม นุ่มจริงๆด้วย น้ำมันมะกอกนี่เข้าท่าเหมือนกันนะคะ...อ๊ะ ครูเคน”
ครูศิลปะคนสวยหันไปทักครูแนะแนวที่มายืนอยู่แถวนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
“หืม...”
ครูเคนมองเหมือนกำลังคิด
แล้่วอยู่ๆก็ยื่นมือออกไปจับบ้าง
“นั่นสิครับ นุ่มขึ้นจริงๆด้วย”
จบจริงล่ะ!
************
-Free talk-
ขอลัดคิวเอามาลงก่อน
เพราะถ้าไม่เขียนขณะที่ยังมีไฟ
ก็มีแนวโน้มว่าอาจจะไม่ได้เขียนเลยก็ได้
ต้องการเขียนถึงการบำรุงผมง่ายๆด้วยน้ำมันมะกอก แต่ก็อดเขียนถึงเรื่องเหาไม่ได้ (ฮา)
ตอนเล่าให้คนใกล้ตัวฟังว่า “จะเขียนให้ปราบเป็นเหา”
ปฏิกิริยาแรกของทุกคนก็คือ “หา???”
แล้วพอบอกต่อไปว่า “สมัยอนุบาลน่ะ”
ปฏิกิริยาถัดไปก็คือ ทุกคนจะมีประสบการณ์ส่วนตัวมาแลกเปลี่ยน(55)
ทำให้เรารู้สึกว่า การเป็นเหาเนี่ย เป็นเทรนด์ฮิตที่ต้องมีกันอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
ในชีวิตจริงๆนะ
ไม่แพ้การ์ตูนดิสนีย์ที่ไม่ว่าเด็กรุ่นไหนก็ต้องดูกันอย่างน้อยหนึ่งรอบ
ส่วนสูตรผมสวยง่ายๆ นอกจากน้ำมันมะกอกแล้ว เรายังสามารถหมักผมก่อนสระด้วยน้ำมันมะพร้าว
ได้ด้วยล่ะค่ะ ^^
ส่วนของแถม...
ทั้งที่เอ็นทรี่ที่แล้วเถียงหัวชนฝาว่ามันไม่ใช่
แต่การกระทำในเอ็นทรี่นี่ช่างขัดแย้งกับคำพูดจนน่าเขกหัว (ฮา)
จริงๆสองคนนี้ก็ไ่ม่มีอะไรในกอไผ่หรอกค่ะ แต่เราก็อดจะหยอดมุข
แบบนี้ลงไปไม่ได้เสียทุกที ก็ครูเคนออกจะมีสเน่ห์นี่คะ เนอะ 55
ก็ยังยืนยันว่ายังเป็นความสัมพันธ์ที่อยู่บนฐานของการเคารพซึ่งกันและกันค่ะ
************
พี่อาซานะฮะะะะะะะะะะะะะะะ
พี่อาซานะฆาตกรรมผมไปแล้วฮะะะะะะะะะะะะ
(นอนตาย)
คำที่ขีดเส้นใต้สองคำนั้นทำผมกรี๊ดไม่ไหวแล้วฮะ
ตอนนี้ก็ยังยิ้มไม่หุบอยู่เลยนะเออ งี๊ดดดดดดดดดดดดดดด
(พอเถอะ ฮา)
พูดถึงเรื่องเป็นเหาแล้ว ตอนเด็กๆ รู้สึกคุณพ่อจะจิ๊กยาที่โรงบาลมาให้ละมั้งฮะ
(หรือว่านั่นมันตอนผมหกล้มหว่า...จำไม่ได้ฮะ)
ใช้กันสามคนพ่อแม่ลูก เพราะลูกเป็น พ่อกับแม่ก็เป็น ฮา
แล้วก็ใช้น้ำมันมะกอกนี่ด้วยแหละฮะ แต่ถึงแม่จะบังคับยังไงก็ว่ามันเสียเวลาอยู่ดี
ที่สำคัญ ไม่เคยรู้สึกว่าใช้แล้วผมเปลี่ยนไปตรงไหนเลยฮะ
ช่างไร้ความใส่ใจในร่างกายตัวเองได้จริงๆ บักวินน์ ฮา
ว่าแต่ ครูปราบก็หวาดๆ ครูอุนเหมือนกันอย่างที่คิดจริงๆ ด้วย ฮา
ปล. ก็ครูเคนออกจะมีสเน่ห์นี่คะ เนอะ 55 >> พยักหน้าแล้วกลับไปอ่านวนต่ออีกรอบ ฮา
#2 By กันต์กวี (และวินน์) on 2008-08-16 14:22