ข้อมูลตัวละคร

(A) รายละเอียดของตัวละครที่ต้องการ

ที่ไฮไลท์ไว้คือที่เพิ่มเข้าไปค่ะ

1. ชื่อตัวละคร

ชื่อตามบัตรประชาชน : นายปุณยนันต์ ศศบดี (ปุนยะนัน สะสะบอดี)
แต่ในรายชื่ออาจารย์ของโรงเรียน เขียนเอาไว้อย่างเด่นเป็นสง่าว่า
"นางสาวปุณยนันต์ ศศบดี"
ชื่อเล่น - ปราบ  สมัยเรียนม.ปลาย เพื่อนเรียกว่า "ไอ้ศศ (สด)"

เพิ่ม - เพศชาย (จริงๆ)

2. อายุ (นับในวันที่ 1 พฤษภาคม)
22ปี

3. วันเกิด
13 กันยายน


4. ความสูง
179

5. รูปพรรณสัณฐาน (ได้ทั้งการบรรยาย ภาพวาด และัอาจจะเป็นภาพถ่ายอ้างอิง)
บ้านพ่อมีเชื้อสายจีน ทางแม่เป็นคนไทย หน้าตาจึงออกมาละม้ายคนจีน แต่ตาไม่ตี่ สูงโปร่ง
ผิวนอกจากจะขาวเพราะได้เชื้อจีนแล้ว ยังขาวเพราะไม่ค่อยได้ออกแดด เพราะเอาแต่อ่านหนังสือ+ท่องตำราอยู่ในบ้าน
แต่น่าแปลกที่สายตาปรกติดี

สีตา สีผมเป็นสีดำ ผมตัดสั้นด้านหน้าระอยู่แถวๆคิ้ว ผมด้านข้างกระดกออกมานิดๆ
หน้าตาคล้ายกับพี่สาวฝาแฝดมากจนสามารถเนียนเอารูปตัวเองไปให้พี่ใช้แปะเอกสารได้


*note* เพิ่งออกมาจากห้องสมุด(ใส่เสื้อกันหนาวอยู่) ส่วนข้างๆเป็นตาเวลาของขึ้น

การแต่งตัว เสื้อเชิ้ตสีขาว(ได้ทั้งแขนสั้นแขนยาว) กางเกงขายาวสีเข้มๆ รองเท้าบู๊ตหนาๆแบบรองเท้าเซฟตี้ที่วิศวกรใส่กัน
(นึกไม่ออกลองดูแบบรองเท้ายี่ห้อtimberland) พกเสื้อหนาวแบบมีฮู้ดที่เป็นผ้านิ่มๆติดกระเป๋าเผื่อเวลาเข้าห้องสมุด
/ห้องแอร์ (แอบเป็นคนขี้หนาว)


6. ลักษณะนิสัยและพฤติกรรมของตัวละคร (รวมสิ่งที่ชอบและไม่ชอบตรงนี้เลย)

ไม่เคยคิดว่าจะมาทำอาชีพครู ทีแรกตั้งใจจะยื่นใบสมัครเป็นล่ามให้กับบริษัทไหนซักแห่ง
แต่พี่สาวฝาแฝดที่อยากเป็นครู ประสบอุบัติเหตุเอ็นข้อเข่าฉีกเสียก่อน
เลยขอร้องให้ไปสัมภาษณ์งานแทนโดยไม่สนใจว่าที่คล้ายน่ะ มันก็แค่หน้า แต่ส่วนสูงกับรูปร่าง
ยังไงๆก็รู้ว่าคนละคนแหงๆ ไหนจะเสียงอีก

แต่ยังไงก็ไม่รู้ คนสัมภาษณ์เกิดไม่ติดใจ (เพราะเข้าใจว่าเป็นกระเทย)
พอทดสอบความรู้กับสัมภาษณ์ความคิดเห็นแล้วก็รับเข้าทำงานซะอย่างงั้น
พอสารภาพว่าเป็นคนละคนกันก็ได้รับคำตอบว่าไม่เป็นไร
สอนไปจนกว่าพี่สาวจะหายก็ได้(พอได้ยินแบบนี้พี่สาวเลยขอร้องแกมบังคับให้รับงานซะ)
รวมทั้งได้รับการบอกว่าจะแก้ไขข้อมูลในใบประวัติให้
แต่ทำอีท่าไหนไม่รู้ คำนำหน้าชื่อดันกลายเป็น"นางสาว"คาอยู่อย่างงั้น
บอกให้หน่วยทะเบียนแก้ให้ไม่รู้กี่ครั้ง
แต่ก็ไม่สำเร็จซะทุกที ปัจจุบันก็ยังคงไม่ละความพยายาม

ลักษณะนิสัยเป็นคนไม่ค่อยแคร์สายตาชาวบ้าน ปกปิดอารมณ์ไม่ค่อยเก่งทำให้ชักสีหน้าให้เห็นชัดๆในยามที่ไม่พอใจ
แต่เป็นคนที่รับฟังเหตุผล โกรธง่ายหายเร็ว ไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้น และไม่ชอบการนินทาลับหลัง ไม่ชอบด่าใคร
เกลียดการประชดประชัน เป็นคนพูดจาดี ไม่ดื่มเหล้า(แต่ดื่มได้บ้าง) ไม่สูบบุหรี่
บางครั้งทำอะไรห่ามๆแต่ก็มาจากความประสงค์ดีนั่นแหละ มีเลือดรักความยุติธรรมค่อนข้างแรง

ไม่ชอบ : คนที่ไม่มีความพยายาม/ นักเลงอันธพาล/ หน่วยทะเบียน/ ควันบุหรี่/
โดนบอกว่า "น่ารักเหมือนพี่เลยนะ" /เรื่องเกี่ยวกับภูติผีวิญญาณ
ชอบ : หมาแมว/ อ่านหนังสือ แต่เลือกเรื่องไม่ค่อยจะเป็น ก็เลยอาศัยอ่านหนังสือที่พี่สาวซื้อมา
ไม่เว้นแม้แต่นิยายรักหวานแหววที่อ่านไปก็บ่นไป แต่ก็อ่านจนจบ
ในกระเป๋าต้องมีหนังสือติดเอาไว้อ่านเล่นอย่างน้อยหนึ่งเล่ม
ซึ่งเจ้าตัวไม่แคร์สายตาประชาชนด้วยถ้าหากที่ดึงออกมาอ่านบนรถเมล์จะเป็นนิยายวัยใสสีลูกกวาดหวานจ๋อย

*เพิ่มเติม* ต่อให้ไม่ค่อยแคร์สายตาชาวบ้าน แต่เพราะเป็นคนมีความรับผิดชอบสูง
จึงกังวลกับเรื่องการสอนมากทีเดียว ว่าจะทำออกมาได้ดีมากน้อยแค่ไหน

อยู่ต่อหน้านักเรียนจะพยายามไม่โวยวาย เปลี่ยนไปบ่นพึมพำในใจแทน
แต่เจ้าตัวก็ไม่รู้หรอกว่าต่อให้ไม่พูด บรรยากาศรอบๆมันก็มาคุขึ้นมาแล้ว 



7. ความสามารถพิเศษ (ที่ไม่เหนือกฎธรรมชาิติ อันนี้ขอคนธรรมดาครับ)
สายตาที่(แทบจะ)ฆ่าคนได้ แค่มองก็ทำให้อีกฝ่ายไม่กล้าถามต่อ
เป็นสายตาที่พบได้เวลาที่ถูกถามว่าทำไมครูถึงชื่อขึ้นต้นด้วย"นางสาว"ล่ะ
เรื่องคำนำหน้าชื่อนี้จึงยังเป็นปริศนาต่อไปในหมู่นักเรียน เพราะไม่มีใครกล้าถามต่อ
และเป็นที่มาของสารพัดข่าวลือ (เจ้าตัวเองก็ไม่คิดจะตามแก้ด้วยเพราะขี้เกียจอธิบาย)


8. ประวัติชีวิตของตัวละครโดยสังเขป (เช่นเรียนที่ไหนมา เรียนด้านอะไร ที่บ้านเป็นยังไง)
ครอบครัว: พ่อ แม่ พี่สาวฝาแฝด (ปุณยภัทร(ปุนยะพัด) ชื่อเล่น-ปิ่น) และน้องหมาอีก2ตัว (ชื่อข้าวปั้น กับหมั่นโถ)
ฐานะทางบ้าน: ปานกลาง

ความสัมพันธ์กับคนในบ้าน: ตอนเด็กๆเพราะพ่อไปทำงานต่างจังหวัดจะกลับมาบ้านแค่เสาร์-อาทิตย์
เลยโตมากับแม่และพี่สาว แพ้ทางแม่กับพี่ ต่อให้ไม่ค่อยเต็มใจแต่พอโดนสาวทั้งสองขอร้องทีไรก็ปฏิเสธไม่ออกทุกที
พี่สาวฝาแฝดเป็นคนเรียบร้อย ใจเย็น ฝันอยากเป็นครูตั้งแต่เด็กๆ มีสไตล์การสอนที่นุ่มนวลผิดกับน้องชายไปกันคนละขั้ว

*หมายเหตุ* ตัวละครอื่นนอกจากปราบ ไม่ถือเป็นตัวดำเนินเรื่อง แต่สามารถนำไปใช้เป็นตัวประกอบได้ตามชอบใจ

การศึกษา: จบการศึกษาคณะมนุษยศาสตร์เอกภาษาญี่ปุ่น จากมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งพร้อมกับพี่สาวฝาแฝด
แต่พี่สาวเรียนด้านการสอนภาษาญี่ปุ่นมา ขณะที่ตัวเองไม่ได้สนใจด้านนั้นเท่าไหร่
การเดินทางมาสอน: รถเมล์ (ขับรถไม่เป็น)

สมัยอยู่ม.4 เคยไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่นพร้อมๆกับพี่สาว
ไปอยู่จังหวัดที่ค่อนข้างสงบเงียบและเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒธรรม
บ้านโฮสต์ของปราบเป็นร้านอาหาร(ด้านบนใช้อาศัย) ทำให้มีโอกาสพบ
คนญี่ปุ่นจากหลายท้องที่(เป็นนักท่องเที่ยวที่แวะมากินที่ร้าน)


9. วิชาที่จะสอน
ภาษาญี่ปุ่น

10. แนวทางในการทำงานของคุณ (เช่นวิธีในการสอนของคุณ)
พร้อมจะแหกทฤษฏีการสอนถ้าเห็นว่าจำเป็น พยายามปรับวิธีสอนให้ตรงกับความสนใจของนักเรียนและ
พิจารณาจากความพยายามและความตั้งใจประกอบกับผลการเรียน ผ่อนปรนให้ได้ถ้ามีเหตุผลที่สมควร
แต่หลายๆครั้งก็ใช้วิธีห่ามๆในการสอน

มองว่าครูไม่ได้รู้ไปหมดทุกอย่าง ครูเองก็ยังต้องเรียน และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา
ถ้าไม่รู้ก็จะบอกไปตรงๆว่าไม่รู้ ถ้ามีใครรู้ก็ขอให้พูดมา จะได้เป็นการแบ่งปันความรู้กัน
ความรู้ในห้องเรียนไม่จำเป็นต้องมาจากครูเท่านั้น แต่ครูเองก็ต้องพยายามหาความรู้มาสอนนักเรียน
จะงอมืองอเท้าอยู่เฉยๆไม่ได้

แทนตัวเองว่าผม เรียกนักเรียนว่าคุณ


11. อื่นๆที่อยากเล่าแต่ไม่มีในหัวข้อ
-ต่อให้ชื่อในทะเบียนประวัติครูจะเป็นนางสาว
แต่ดูเหมือนว่าเรื่องประกันสังคมกับภาษีจะได้รับการบันทึกอย่างถูกต้อง
- นามสกุล ศศบดี แปลว่าผู้ครองกระต่าย หมายถึงพระจันทร์

**************************


B) การสอนครั้งแรกของคุณในโรงเรียนนี้


"............"

ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มยืนเผชิญหน้าตึกเรียนที่สูงตะหง่านตรงหน้าราวกับ
นักสู้ผู้กล้าในยุคโรมันโบราณกำลังจะก้าวเข้าสู่โคลอสเซียม
เวทีต่อสู้ที่จะเป็นที่ตัดสินชะตาชีวิตของตน....

"..........."

ลมหายใจถูกสูดเข้าปอดลึกๆ ขณะที่มือก็กำแบบเรียน Minna no nihongo มั่น....


เอาวะ....อย่างมากก็โดนไล่ออกก็เท่านั้นแหละ...


และนั่นคือการตัดสินใจของชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตขาวกางเกงสีเข้ม
ก่อนรองเท้าเซฟตี้คู่หนานั้นจะพาร่างโปร่งมุ่งหน้าสู่บันไดทางขึ้นตึกมุ่งหน้าไปสู่ห้องม.4/1...


***

"What!! เธอว่าอะไรนะ? ครูสอนวิชาภาษาญี่ปุ่นคนใหม่เป็นผู้หญิงงั้นเหรอ?
เดี๊ยนอุตส่าห์หวังว่าจะเป็นชายหนุ่ม แย่จริง!"

อยู่ๆเสียงที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำให้โคลเวอร์ สาวน้อยร่างเล็กที่กำลังคุยอยู่กับหยินอยู่ที่หลังห้อง
เกี่ยวกับวิชาที่กำลังจะเริ่มสะดุ้ง แล้วหันไปมองต้นเสียง ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากสาวเปรี้ยวเฉี่ยวประจำห้อง
แพตตี้นั่นเอง

"Damn! อุตส่าห์นึกว่าจะได้เรียนกับครูหนุ่มหล่อ โอ๊ย! ความรู้สึกอยากเรียนลดฮวบ!"
แพตตี้พูดอย่างเหนื่อยหน่าย ไม่สนด้วยซ้ำว่าโคลเวอร์พยายามจะพูดอะไรต่อ
เด็กสาวเดินกลับไปที่โต๊ะแล้วฟุบหน้าลงเหมือนหมดแรง พลางถอนหายใจดังเฮือก

หยินได้แต่มองแบบปลงๆ ก่อนจะมองไปรอบๆห้อง ถึงแพตตี้จะหมดอารมณ์เรียน
แต่คนอื่นๆก็ยังดูตื่นเต้นที่จะได้เรียนวิชานี้ โดยเฉพาะพวกที่เป็นคอการ์ตูนอย่างเธอกับโคลเวอร์
นอกจากนี้ แม้แต่ลูกครึ่งและคนที่มีเชื้อสายญี่ปุ่นอย่างไอริน และไอริสา รวมทั้งวายุและวาโยเองก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้

สาวน้อยผมซาละเปาเดี่ยวพูดด้วยรอยยิ้มบอกเพื่อนๆว่า เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ฝึกการอ่านเขียน
ซึ่งเป็นจุดที่เธอยังต้องการการฝึกอยู่ โดยเฉพาะการอ่านเขียนอักษรที่มาจากภาษาจีน
หรือที่เรียกว่า 'ตัวคันจิ' ซึ่งเป็นเหมือนตัวปราบเซียนสำหรับคนที่ศึกษาวิชาภาษาญี่ปุ่น
ไม่เว้นแม้กระทั่งคนญี่ปุ่นเอง


"ถ้าเป็นครูที่ชอบการ์ตูนเหมือนกันก็ดีสิเนอะ" โคลเวอร์พูดยิ้มๆ


....ตอนนั้นเองที่ร่างสูงโปร่งของใครบางคนเดินเข้าห้องมาพอดี....


"เอ๋? คนนั้นก็ครูใหม่เหรอ?" โคลเวอร์หันไปมองงงๆ "ผู้ชายนี่นา"


...แพตตี้เงยหน้าขึ้นมองอย่างสนใจ...


"ครูครับ ครูมาผิดห้องรึเปล่าคะ?" บูมที่นั่งอยู่ด้านหน้าคู่กับแมนเอ่ยถามชายหนุ่มแปลกหน้า
คนอื่นๆที่คุยกันอยู่ก็พลอยหันไปมองด้วย

"ที่นี่ห้องเรียนม.4/1ใช่ไหมครับ?"

"ใช่ค่ะ"

"งั้นก็ถูกแล้วล่ะครับ"

"หา? ครูภาษาญี่ปุ่นไม่ใช่ครูผู้หญิงหรอกเหรอฮะ?" ภูถามแทรกขึ้นด้วยความลืมตัว
แต่ดูเหมือนนั่นจะเป็นคำถามที่ไม่ควรถามอย่างไรก็ไม่รู้
เมื่อจู่ๆบรรยากาศในห้องก็คลับคล้ายจะกลายเป็นบรรยากาศมาคุ
เหมือนในหนังตำรวจอวกาศสมัยก่อน...

"ทำไมถึงคิดอย่างงั้นล่ะครับ?" เสียงชายหนุ่มยังคงสงบนิ่ง
แต่มันช่างดูเหมือนความสงบนิ่งก่อนหน้าพายุยังไงก็ไม่รู้....

"ก็....มีคนเอาใบนี่มาให้..." ภูหยิบกระดาษออกมาคลี่ส่งให้พลอยที่นั่งอยู่ด้านหน้า
ให้ส่งต่อๆไปจนถึงมือคนที่ยืนอยู่หน้าห้อง ข้อความในนั้นอ่านได้ว่า

‘วิชาภาษาญี่ปุ่น   ผู้สอน- นางสาวปุณยนันต์ ศศบดี'

หลังจากชายหนุ่มกวาดตาไปตามข้อความนั้น...เขาก็เงยหน้าขึ้น แล้วพูดเรียบๆ่ว่า
"ครับ ผมนี่แหละ ปุณยนันต์ ศศบดี"

"...................."

"..................."

"ห๊าาาาาาาาาา!!!!!"


"Yes!!"
....แพตตี้ที่ตอนนี้กลับมานั่งตัวตรงแน่ว ประสานมือเข้าหากันแล้วรำำพึงออกมาตาเป็นประกาย....


***
เวลาการสอนถูกกินหายไปอีก10นาทีหลังจากนั้น กว่าชายหนุ่มตรงหน้าที่บอกว่าตัวเองคือปุณยนันต์
ครูสอนภาษาญี่ปุ่นคนนั้น จะไล่ให้ทุกคนกลับไปนั่งที่แล้วทำให้ห้องกลับมาอยู่ในความสงบได้สำเร็จ
แม้นักเรียนจะยังทำหน้างงเต๊ก และพึมพำถ้อยคำแฝงด้วยความสงสัยอย่างไร
ผู้เป็นครูก็ไม่คิดจะไขข้อข้องใจใดใดทั้งสิ้น

ชายหนุ่มเช็คชื่อนักเรียนในห้อง ก่อนจะเริ่มถามคำถามเกี่ยวกับประวัติการเรียนภาษาญี่ปุ่นของแต่ละคน
แข่งกับเสียงดังหึ่งๆของนักเรียนที่ยังไม่ยอมละทิ้งประเด็นนี้ไปง่ายๆ...จนกระทั่ง...

"Nante Orokamono bakari da........hetakuso....."

คำพูดเป็นภาษาญี่ปุ่น ดังขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลัง คนที่พอฟังรู้เรื่องแบบครึ่งๆกลางๆอย่างหยินถึงกับอ้าปากค้าง
นี่เธอฟังสิ่งที่ครูเพิ่งพูดผิดไปรึเปล่า?? โคลเวอร์หันมาหาเธอเหมือนจะถาม แต่หยินก็ส่ายหัว บอกให้รู้ว่าเธอก็ไม่แน่ใจ
ก่อนจะเป็นฝ่ายมองข้ามห้องไปหาผู้เชี่ยวชาญอย่างพวกไอรินกับไอริส
แล้วก็พบว่าเด็กสาวทั้งสองกำลังขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ....งั้นก็แปลว่าเธอเข้าใจไม่ผิดน่ะสิ....

นี่พวกเราเพิ่งถูกครูที่เพิ่งพบกันวันแรกด่าว่า "ไอ้ห่วย" งั้นเหรอ??


--ปึง!!!!--

วินด์ทุบโต๊ะเสียงดังลั่นจนทุกคนตกใจ

คนในห้องที่ไม่เคยเรียนภาษาญี่ปุ่นมาก่อน แม้ไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น
แต่เมื่อเห็นแววตาถมึงทึงของวินด์ ก็ถึงกับเงียบกริบตามไป จนในที่สุด
ห้องที่เคยเสียงดังก็กลับกลายเป็นภาวะใกล้เคียงกับป่าช้า

ชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าห้องถอนใจออกมานิดหน่อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้าน

"คุณชื่ออะไรครับ"

"รวินทร์....." คำตอบมาอย่างไม่มีหางเสียง

"ขอบคุณครับ รวินทร์ ผมเข้าใจว่าคุณคงมีคนในครอบครัวเป็นคนญี่ปุ่นสินะครับ
คุณตรงนี้เองก็เหมือนกันใช่ไหมครับ...รวมทั้งคุณๆทางโน้นด้วย...ผมขอถามชื่อได้ไหมครับ"

เขาหมายถึงไอรินที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างด้านหน้าสุด ภู ไอริส ยุและโยที่อยู่หลังห้อง

แล้วหลังจากจดบันทึกเสร็จ ชายหนุ่มก็หันไปหาธร,หยิน,และมินต์

"คุณน่าจะอยู่ในระดับกลางค่อนไปทางสูง" เขาบอกธร 
"ส่วนคุณสองตรงนั้นก็เหมือนกัน บอกชื่อผมด้วยครับ..."

ธรเป็นฝ่ายบอกก่อน แล้วหยินกับมินท์จึงหันมองหน้ากัน ก่อนจะบอกชื่อตัวเองกับครูบ้าง...

ยังมีอีกสองสามคนที่ถูกชายหนุ่มจดชื่อไป แล้วบอกว่าอยู่ในระดับกลางตอนต้น
ส่วนคนที่งงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นได้รับการจัดให้อยู่ในชั้นต้นเหมือนกันหมด


"เอาล่ะครับ ทีนี้มาพูดถึงคำที่ผมพูดไปเมื่อกี้..."

ชายหนุ่มหันไปหยิบชอล์กมาเขียนบนกระดาน เป็นตัวอักษรสามตัวคำหนึ่ง กับตัวอักษรสี่ตัวอีกคำหนึ่ง

" ‘โอโรกะโมโนะ' กับ ‘เฮตะคุโซ'  ‘คนโง่' กับ ‘ไอ้ห่วย'"
เขาเว้นช่วงเพื่อมองหน้าของนักเรียนที่ตอนนี้ช็อคไปตามๆกัน ก่อนจะพูดต่อ

"ก่อนอื่นต้องขอโทษด้วยครับ ที่ผมต้องใช้คำนี้เรียกความสนใจจากพวกคุณ"
เขาหันไปทางวินด์และก้มหัวให้น้อยๆ

".....สองคำนี้เป็นสองคำที่ผมไม่ชอบที่สุด
แต่ก็ดันเป็นคำที่เรียกความสนใจและวัดระดับความรู้อย่างคร่าวๆได้"

ชายหนุ่มหันไปชี้ที่คำแรก ‘โอโรกะโมโนะ'  [愚か者 : おろかもの] 

"คำที่ออกในข้อสอบวัดระดับขั้น1 และไม่พบมากในชีวิตประจำวันต่อให้คุณจะเป็นคนญี่ปุ่นก็เถอะ....
รู้ไหมครับว่ากว่าคนเราจะจำศัพท์คำหนึ่งได้ โดยเฉลี่ยแล้วต้องเห็นมันประมาณ20 ครั้งจึงจะจำได้
คนที่ฟังผมพูดแล้วสามารถโกรธขึ้นมา ก็แปลว่านอกจากการฟังของคุณจะอยู่ในระดับดีแล้ว
ยังรู้จักศัพท์ยากๆแบบนี้ด้วย ดีแล้วครับ"

ชายหนุ่มกวาดตามองนักเรียนที่เขาจัดให้อยู่ในระดับสูงเกือบๆเจ้าของภาษาที่กำลังทำหน้าบอกไม่ถูก

"ส่วนคนที่ฟังคำแรกไม่ออก แต่ทำหน้าเหวอเมื่อได้ยินคำว่า  ‘เฮตะคุโซ'..." [下手くそ :  へたくそ]
เขาหมายถึงธร หยิน มินท์และนักเรียนคนอื่นอีกสองสามคน

"...ปรกติถ้าหาคำนี้ในแบบเรียน จะพบแต่คำว่า ‘เฮตะ' ที่แปลว่าไม่เก่ง ไม่เอาไหนซึ่งเป็นไวยากรณ์ระดับ4
แต่คุณสามารถเข้าใจคำนี้ได้ ซึ่งก็อาจจะอนุมานได้ว่าอยู่ขั้นกลาง แต่แน่นอนว่าเป็นแค่ข้อสันนิษฐานของผมเท่านั้น...
ถ้าจะให้แน่ใจจริงๆ คงต้องให้ทำแบบทดสอบกันอีกรอบ คุณอยู่ในระดับที่สูงกว่านั้นอีกก็เป็นได้...."

เขาเ้ว้นช่วง ก่อนหันไปวางชอล์กสีขาว แล้วหยิบชอล์กสีแดงขึ้นมาแทน

"แต่ว่าไม่ว่าจะด้วยเหตุผลไหนก็ตาม...สองคำนี้เป็นสองคำที่ผมไม่ต้องการจะพูดอีกเป็นครั้งที่สอง
แล้วก็ไม่ต้องการได้ยินจากปากพวกคุณด้วย ไม่ว่าจะในห้องเรียนนี้หรือที่ไหนก็ตาม..."

ว่าแล้วเขาก็กดชอล์กสีแดงลงกับกระดานดำแล้วออกแรงขีดเป็นกากบาทคาดทับคำทั้งสองอย่างแรง
จนชอล์กแทบป่นคามือ


".....คุณก็เห็นแล้วว่ามันชวนหงุดหงิดแค่ไหนเวลาถูกคนอื่นตราหน้าแบบนั้น
ไม่งั้นอยู่ๆดีๆเพื่อนของพวกคุณจะลุกขึ้นมาทุบโต๊ะปึงแบบนั้นหรือครับ...คนเราเติบโตมาในสภาพแวดล้อมต่างกัน
ต่อให้มีเรื่องที่ทำได้ดีน้อยหน่อย ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีเรื่องอื่นที่ถนัดกว่า เพราะอย่างนั้นห้ามเอาสองคำนี้ไปเรียกใครหรือ
ปล่อยให้ใครเรียกเด็ดขาด ถ้าหากใครมาเรียกคุณแบบนี้ให้ได้ยินล่ะก็....."

ผู้เป็นครูหันมามองหน้าเหล่าบรรดานักเรียน

"....ผมไม่แนะนำเท่าไหร่หรอกนะ....แต่ถ้าอยาก....ก็ตบกะโหลกมันไปเลยครับ..."


ห้องเงียบไปอีกครั้ง...แต่คราวนี้ สิ่งที่ตามมา ไม่ใช่อาการคิ้วขมวดเหมือนอย่างครั้งแรกแล้ว....

วินด์ทำเสียง "เฮอะ" ออกมา ก่อนจะเอนหลังลงไปนั่งกับเก้าอี้แล้วหันหน้าหนีไปทางอื่น
ส่วนภูก็กำลังยิ้มแยกเขี้ยวออกมาเป็นครั้งแรกหลังจากเริ่มคาบ
จู่ๆ บรรยากาศที่ขมึงทึงอยู่เมื่อครู่ ก็กลายตัวออกอย่างรวดเร็วพอๆกับที่มันเกิดขึ้น...


....สุดท้าย ตอนจบคาบวันนั้น พวกเขาก็ไม่รู้อยู่ดี ว่าตกลงเรื่องของครูมันเป็นไงมาไงกันแน่....
แต่อย่างน้อยก็รู้สึกว่า ดูท่าวิชาภาษาญี่ปุ่นปีนี้อาจจะมีอะไรสนุกๆรอพวกเขาอยู่ก็ได้นะ......?

つづく

หมายเหตุ (เพิ่มเมื่อ 2008/10/22)

ปราบเรียกนักเรียนแล้วลงท้ายว่า"ซัง"เป็นการให้คุ้นกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นค่ะ (เป็นการสอนโดยอ้อมๆไปในตัว)

แต่ถ้ากับเพื่อนครูหรือบุคลากร คงไม่เรียกไทยคำญี่ปุ่นคำค่ะ 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เอ่อ ครูปราบครับ ผมว่าคุณเข้าใจโจทย์การเขียนฟิคชั่นผิดหรือเปล่าครับ เขากำหนดไว้ว่า คาบแรกต้องมีนักเรียนครบทุกคน แม้เป็นวิชาเลือกนะครับ
แต่กรณีนี้ คงต้องรอให้ผอ.โคค่อนมาตัดสิน

ติดใจนามสกุลของครูปราบมากครับ มาจากคำว่า ศศิน + บดี สินะครับ ศศินแปลว่ากระต่ายที่อยู่บนพระจันทร์ ที่รู้ได้เพราะว่าคนใกล้ตัวแถวนี้นะครับ (ใกล้มากกก)

ครูมิว : คิดยังไงกับการที่เป็นครูที่อายุน้อยที่สุดตอนนี้ครับ?

#2 By Gothix on 2008-06-28 00:43

ขอบคุณที่ท้วงมาค่ะ เข้าใจผิดไปจริงๆด้วย ตอนนี้แก้แล้ว ถ้าหากว่ามีตรงไหนที่ยังแหม่งๆ รบกวนบอกด้วยนะคะ
>"<

นามสกุลของปราบ มาจากหลักการประสมคำอย่างที่ว่ามาค่ะbig smile ศศ เฉยๆก็แปลว่ากระต่ายค่ะ

#3 By -Pranyawe-:vs:-Prab- on 2008-06-28 02:05

อธิบายเก่งจังนะฮะsurprised smile

ป่วนว่ายังไงก็ผ่านแหละ^^
ก็ว่าอยู่ว่าทำไมเมื่อคืนเข้าลิงค์ไม่ได้
ที่แท้ก็ปิดซ่อมแซมนี่เอง ไงก็ขอบคุณคนที่มาทักแทนผมให้ก่อน
ผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าผิดยังไง เอาเป็นว่าดูของใหม่เลยละกัน

ก่ิอนอื่นขอบอกให้สบายใจก่อนว่า อนุมัติแล้วนะครับbig smile
เป็นตัวละครที่มีประเด็นน่าสนใจดี
(ตอนแรกคิดว่าจะเป็นกระเทยแล้ว แอบเสียดายนิดๆ)
บรรยากาศตัวละครแปลกดี ยามปกติคล้ายสาน แต่พอมาคุนี่ท่าทางจะสูสีกับวินด์
สนุกดีนะ ที่อยู่ๆห้องก็มาคุได้
แต่เชื่อว่าเจตนาแท้จริงยังเป็นการตั้งใจสอน
ดังนั้นถือว่าผ่านเงื่อนไขสามข้อสำคัญครับ
(ดีเหมือนกัน อยากได้พวกแอบมาคุมาสักคนอยู่)

อีกเรื่องนึงคือ การที่มีภาษาญี่ปุ่นมาสอนทางอ้อมด้วยแบบนี้ก็แจ๋วเลย
ผมว่าคนที่มาเป็นครูถ้าทำแบบนี้กัน มันก็ได้สะสมเกร็ดวันละนิด
แถมสมจริงด้วย

อ้อ การใช้ภาษากำลังดีแล้วล่ะ อ่านคล่องดี
แต่ไงก็หมั่นทำให้ข้อความต่อบรรทัดสั้นลงก็ดี
เพราะถ้ายาวมากไป เวลาดูที่firefoxมันจะล้ำไปทางขวา
ทำให้กดลิงค์ด้านข้างไม่ได้ครับ

#5 By ร.ร.ล.บ. on 2008-06-28 09:53

วินด์ลูกแม่เอาอีกแล้ว
(เขกกระโหลกลูกชายอีก1ที)

ขอโทษแทนลูกชายด้วยนะค่ะที่เสียมารยาทsad smile

ครูภาษาญี่ปุ่นเป็นแบบนี้....
(ท่าทางจะน่าสนุก~)

#6 By Ruii on 2008-06-28 17:41

โอ้ นึกว่าจะได้เพื่อนร่วมงานเป็นสาวสวย....
แต่ก็ดีครับ สุดยอดมากๆ กับเทคนิคการสอนเหอะๆ

#7 By foxbeta on 2008-06-28 17:58

Ken: ยินดีที่ได้รู้จักนะฮะ ครูปราบ วิธีการสอนนี่ใช้ได้เลยนะครับเนี่ย ฮ่ะ ฮ่ะ...

********

มาอ่านวันนี้ ขอโทษน้า อาซานะจัง เราเองก็ดันลืมไปถึงโจทย์น่ะ เลยต้องทำให้แก้ใหม่เลย
แต่ยังไงก็ฝากเคนไว้ในอ้อมใจด้วยนะฮะ surprised smile

#8 By aki on 2008-06-28 19:06

กฤต : ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ครูปราบ

ป่วน-ยังไงก็ฝากกฤตไว้ด้วยนะคร้าบบ
ดารันตร์:เอ้า สุดท้ายก็เป็นผมที่มาช้าที่สุดในบรรดาครูอีกแล้วสิน่า
ยินดีที่ด้รู้จักนะครับครูปราบ โดนทำลายแชมป์อายุน้อยที่สุดจนได้ แหะๆ
สอนญี่ปุ่นเหรอครับ อา..วันหลังถ้าผมแปลการ์ตูนไม่ออกจะไปขอความช่วยเหลือได้มั้ยน้า?
ชอบอ่านหนังสือเหรอครับ แล้วเจอกันที่ห้องสมุดนะครับ*ยิ้ม*

...............

ได้ศัพท์ตั้งหลายคำใน 1 เอนทรี่ ขอบคุณครับbig smile

#10 By -((666 Error))- on 2008-06-29 01:05

ขอโทษนะค่ะรู้สึกจะเห็นข้อความในเม้นช้ามากกเลย
ให้ขนุนมาตอบดีกว่าเนอะ^^

ขนุน : พี่เป้น่ะหรอ?? ภาษาญี่ปุ่น ฝรั่งเศส แล้วก็ อังกฤษ แต่ขนุนก็ไม่คิดจะจริงจังเท่าไหร่หรอกนะกับเรื่องภาษาเพราะยังไงๆก็เข้าสายวิทย์มาแล้วนี่นา~

แต่ก็เถอะ ฝากตัวด้วยนะค่ะครูปราบ~

#11 By (themagician) on 2008-06-29 01:19

อยากเรียน อยากเรียนครับครูbig smile

#12 By Thai-Cubic on 2008-06-29 02:03

มีคนที่แผ่รังสีกดดันได้สูสีกับวินด์แล้วสินะsad smile แต่น่าเสียดายแฮะ นึกว่าจะได้ครูผู้หญิงซะอีก
OH yeah~~~~


Sex-ku-xii-ne~

lol

that's lame~

#14 By *MRS-LENNON on 2008-06-30 10:50

^
^
wrong username sad smile
(that's ma mom's)

I'm Patricia na ka~

#15 By *MRS-LENNON on 2008-06-30 10:51

ตามมาสโตรกอ.ภาษาญี่ปุ่นค่ะ!!

ขอฝากยัยพู่กันไว้หน่อยนะค่า~!

พู่ : ภาษาญี่ปุ่น..? ได้แบบงูๆ ปลาๆ ซะด้วยสิ... มีครูตั้งใจสอนแบบนี้สงสัยต้องเพิ่มความจริงจังซะแล้วแฮะ!

#16 By Lina on 2008-06-30 17:38

ธร : ถึงตอนแรกจะตกใจ แต่ก็ยินดีที่ได้รู้จักครับครูปุณยนันต์ ^^

ปล...บูมเขาเป็นผู้หญิงนะครับ = ="

#17 By Lynx on 2008-06-30 19:40

ปล...บูมเขาเป็นผู้หญิงนะครับ = ="

ขอบพระคุณท่านLynx ค่ะที่ทักมา
ตอนแรกที่เขียน คนที่พูดประโยคนี้ไม่ใช่บูมน่ะค่ะ
ตอนแก้ดูไม่ละเอียด ต้องขอโทษบูมด้วยค่ะ
><"

#18 By -Pranyawe-:vs:-Prab- on 2008-06-30 21:05

หนุ่มราศีกันย์ > w <)
สอนมีรูปแบบของตัวเองดีนะฮะ big smile

#19 By Kyril on 2008-06-30 21:23

>w<) อาจารย์หน้าสวยจังเลยค่ะ.. แหะๆ

/ฮัมเพลงโดราเอมอนโนะอุตะ/ ♫♪

#20 By [ i ]Rin on 2008-07-01 00:25

อาจารย์เท่ดีค่ะ ชอบวิธีวัดระดับครั้งแรกที่พบเจอแบบนี้จัง (แต่ทำแล้วต้องระวังหนุ่มเลือดร้อนเล็กน้อยนะคะ~)

ธูป : ผมไม่เคยเรียนภาษาญี่ปุ่นมาก่อน ยังไงก็...ฝากตัวด้วยนะครับอาจารย์

#21 By A.A the wolf on 2008-07-01 01:35

ภาษาญี่ปุ่นวันละนิดจิตแจ่มใส ><~

เป็นอาจารย์ที่จับอารมณ์ไมุ่ถูก แต่วิธีเทสน่าสนใจดีค่ะ

#22 By [:+:Por:+:] on 2008-07-08 14:51

แวะมาเยี่ยมฮะ

>> ฟรี โหลดเพลง โหลดMP3 โหลดเกมส์ วีดีโอคลิป
http://vidoclipclub.exteen.com

#23 By ฟังเพลง on 2008-07-26 06:28

อา เยี่ยม
เป็นครูที่น่าสนใจจังเลยค่ะ
=[]=....

ค่อนข้างน่ากลัวนะครับนี่... ครูปราบ

(EVENT)

#25 By PC ichigo on 2008-08-30 13:12

อารมณ์ประมาณว่า 2 บุคลิคใน 1 คนใช่มะครับ

#26 By TEN+RON @Cubic S. on 2008-10-22 18:58

ผมมาตามอ่านเพื่อเก็บข้อมูล

รู้สึกปราบจะมีหลายจุดที่คล้ายกับคมเดชสมัยหนุ่มๆ (พูดแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองแก่ตามไปด้วยเลย)


ไว้ต่อไปผมคงอาจได้มีประเด็นเขียนถึง ถึงเวลานั้นขอฝากตัวด้วยนะครับ