[CS] SS - Talk

posted on 11 Nov 2009 21:21 by asahina  in CubicSchool

ต่อเนื่องจากฟิค [CS]SS กอด 1

HBD ครูนัดและหนูเร็นเร็น

 

****************************************

Talk

Character: ปราบ, ครูนัด, คุณโอกิ(oc), ปิ่น(oc)

 

 

"ครูนัดเขา....เป็นคนน่ารักดีนะครับ"


หลังจากขึ้นรถมาได้ครู่หนึ่ง จู่ๆเขาก็เอ่ยขึ้น ทำให้ผมอดรู้สึกแปลกใจขึ้นมานิดหน่อยไม่ได้ 


"ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ" 


ดูเหมือนเขาจะรู้ว่าผมกำลังแปลกใจเรื่องอะไร จึงรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน ก่อนจะเปลี่ยนไปอธิบายเป็นภาษาญี่ปุ่น คงเพราะกลัวผมจะเข้าใจผิดไปมากกว่านี้

"แค่รู้สึกว่า ครูนัดให้ความรู้สึกน่ารักเป็นธรรมชาติ ทำให้คนรอบข้างสดใส ก็เท่านั้นแหละครับ เป็นการพูดอย่างเป็นกลาง ไม่ได้ชมเพราะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรอกนะครับ"


"ครับ"


ผมยิ้มให้ จากประสบการณ์ทำให้ผมรู้ว่าคุณโอกิไม่ใช่คนที่จะทำตัวรุ่มร่ามกับผู้หญิง การที่พูดแบบนี้ก็แค่เป็นการอธิบายความรู้สึกของตัวเองอย่างเป็นกลางเท่า นั้น....


"ครูนัดเป็นคนน่ารักจริงๆนั่นแหละครับ คุยด้วยแล้วทำให้สบายใจดี..."


ผมอดยิ้มไม่ได้ เมื่อความคิดย้อนนึกถึงคำพูดของครูนัด ที่บอกว่า ถ้าหากมีเรื่องไม่สบายใจอะไร ก็บอกกับเธอได้

 

"แต่ว่า...ช่วงนี้ไม่รู้ว่าครูนัดมีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า...เวลาอยู่คนเดียว ดูครูนัดทำหน้าเศร้าๆ...."


"โทรศัพท์ไปสิครับ"


"แต่...วันนี้ผมก็ถามครูนัดแล้วว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า...แต่ครูนัดก็บอกว่าไม่มีอะไร...."


"ครูนัดอาจจะไม่อยากพูดถึงสิ่งที่อยู่ในใจ..."

คุณโอกิพูด ขณะที่สายตายังไม่ละจากยวดยานบนท้องถนน...

"แต่บางที แค่ได้พูดถึงเรื่องสัพเพเหระกับคนที่ปรารถนาดีต่อเรา ก็ทำให้สบายใจขึ้นได้นะครับ?"

 

....นั่นสินะ....


ผมได้แต่แค่นยิ้มออกมา....

 

ไม่นาน...ซอยบ้านของผมก็อยู่ในระยะมองเห็น ก่อนรถที่มีคุณโอกิเป็นคนขับจะจอดเทียบหน้าประตูบ้าน

 

"ขับรถระวังด้วยนะครับ"


ผมไม่ลืมกำชับเช่นนั้นหลังเอ่ยขอบคุณคุณโอกิ ซึ่งยิ้มให้ผมเป็นคำตอบ ก่อนจะขับรถจากไป....

 

.....คนที่ไม่ยอมพูดสิ่งที่อยู่ในใจ....คงไม่ใช่แค่ครูนัด........



ใครบางคน...เคยกล่าวเอาไว้...

ยามที่หัวใจหม่นหมอง...รู้สึกหนักหน่วงราวกับในอกถูกถ่วงเอาไว้ด้วยตะกั่ว

จนรอยยิ้มฝืดฝืนเสียจนไม่แน่ใจอีกต่อไปว่าอะไรกันคือความสุขที่เคยเติมเต็มหัวใจ

ช่วงเวลานั้น...คือช่วงเวลาที่กว่าจะผ่านขวบวันไปได้....มันช่างยากเย็นเหลือเกิน

แต่กระนั้น.....

 

น่าแปลก...ที่ในช่วงเวลานั้น....แค่เพียงรู้ว่ามีใครบางคนยังอยู่ข้างๆ และเป็นกำลังใจให้

เพียงแค่เรื่องสัพเพเหระอันหาสาระไม่ได้....ก็ทำให้รู้สึกเหมือนได้สายน้ำชโลมหัวใจ....

 


.....ไม่ต้องห่วง.....ไม่ได้อยู่คนเดียวหรอกนะ......

 

ยามที่หัวเราะไปกับเรื่องไม่เป็นชิ้นเป็นอัน....รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงกระซิบปลอบใจเช่นนั้น....

 

"คุณโอกิ...."

 

ขอบคุณนะครับ....


ตอนนี้ผมอยากเป็นฝ่ายทำแบบนี้ให้กับคนอื่นบ้าง....

 

****************************

"สวัสดีค่ะ? ครูปราบ?"

"อ๊ะ...เอ่อ...สวัสดีครับ..."


เสียงของครูนัดดาวดีฟังดูไม่ค่อยแน่ใจ...ก็แน่ล่ะ...ถึงเราจะเคยแลกเบอร์มือถือกันเอาไว้ แต่ก็ไม่เคยโทร.หากันเลยสักครั้ง...


"มีอะไรหรือเปล่าคะ?"


เอาไงดี....พอเอาเข้าจริง มันก็พูดยากเหมือนกันนะ...การชวนคนอื่นคุยเนี่ย....


"ผมตรวจข้อสอบเสร็จแล้วล่ะครับ ครูนัดทำคะแนนได้ไม่เลวเลยล่ะครับ"


"จริงหรือคะ? ดีใจจัง"


"โดยเฉพาะข้อขมวดคิ้วจนคิ้วย่น"


เสียงครูนัดหัวเราะเบาๆดังขึ้นมาให้ได้ยิน และนั่นก็ทำให้ผมใจชื้นขึ้นมาหน่อย แบบนี้น่าจะเป็นสัญญาณที่ดี...


"ผมเพิ่งนึกได้ล่ะครับ ว่าในBleachภาคนิยาย ตอนบทบรรยายถึงหัวหน้าฮิทซึกายะ โทชิโร่ มีคำนี้โผล่มาหลายหนเลยทีเดียว"


"ชิโร่จังน่ะหรือคะ?"


"ครับ...จนพี่สาวผมบอกว่า เป็นแบบนี้คงได้แก่ก่อนวัยจริงๆแน่"


"ดีจัง...นัดอยากอ่านได้อย่างครูปราบกับพี่สาวจัง..."


"เอาไว้อาทิตย์หน้า เราลองมาอ่านกันดูไหมล่ะครับ?"


"จะไหวไหมคะเนี่ย..."


"ลองดูก็ได้ครับ ไม่ยากขนาดนั้นหรอก"


"จริงสิ ครูปราบได้ดูอนิเมของอาทิตย์นี้หรือยังคะ? ท่านเบียเค้า...."


แล้วพอรู้สึกตัวอีกที...บทสนทนาของเรา...ก็ล่องลอยกันไปถึงไหนๆ....

ทั้ง ที่ยังอดแปลกใจกับตัวเองไม่ได้ เพราะผมไม่เคยคิดว่าตัวเองพูดเก่ง แต่กลับพูดกลับครูนัดได้เป็นเรื่องเป็นราวไม่ต่างกับตอนคุยกับปิ่น แต่ผมก็ดีใจ ที่ได้ยินเสียงครูนัดสดใสร่าเริงได้อีกครั้ง....


เรื่องสัพเพเหระของผม ทำให้ครูนัดรู้สึกสดชื่นขึ้นได้บ้างหรือเปล่านะ.....

 

"ดีจัง...."


"คะ?"

 

"อ๊ะ...เอ่อ....ผมแค่ดีใจ ที่เสียงนัดกลับมาร่าเริงแล้ว..."

 

เพราะเผลอคิดว่าครูนัดคล้ายกับปิ่น ทำให้ผมเผลอเรียกชื่อเธอไปห้วนๆเสียแล้ว....

 

"........"

 

เธอนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย ทำให้ผมใจคอไม่ดี...นี่ครูนัดจะคิดว่าผมพูดอะไรแปลกๆออกไปไหมเนี่ย...

 

"ขอบคุณนะคะ แต่นัดไม่เป็นไรแล้วล่ะค่ะ"


น้ำเสียงยามเอ่ยประโยคนั้น ทำให้ผมโล่งใจ และเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว...


"ดีแล้วล่ะครับ..."


"เอ่อ...คือว่า ไหนๆก็ไหนๆแล้ว..."


"่ครับ?"

 

"นัดเรียกครูปราบว่า 'พี่ปราบ' ได้ไหมคะ?"

 

'พี่' เหรอ?

 

"เอ่อ...ทำให้ครูปราบลำบากใจหรือเปล่าคะ?"


"เอ้อ ไม่หรอกครับ...ไม่เลย..."


แค่....ไม่ค่อยชินน่ะครับ....


"งั้น...ฝากตัวด้วยนะคะ พี่ปราบ"

 

*******************************************

 

สรุป

- ปราบเห็นครูนัดท่าทางไม่ค่อยสบายใจ คุณโอกิเลยแนะนำให้โทรศัพท์ไปคุย

- โดยแนะนำว่า  ไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องกลุ้มใจของเขาก็ได้ แค่พูดถึงเรื่องสัพเพเหระ ก็เป็นวิธีหนึ่งทำให้เขาสบายใจขึ้นได้

- ปราบโทรศัพท์ไป โดยเกริ่นเรื่องข้อสอบ ที่ใช้ติวให้ครูนัด ก่อนจะชวนคุยเรื่องอื่น

- ครูนัดเสียงสดใสขึ้น ทำให้ปราบดีใจ

- ครูนัดขอเรียกปราบว่า "พี่"

 

*******************************************

ส่งท้าย


"ปราบ? โทรศัพท์เป็นอะไรเหรอ?"

ผู้เป็นพี่สาวถามอย่างงงๆ เมื่อเห็นน้องชายของตนยืนจ้องโทรศัพท์อย่างพินิจพิจารณาอยู่เป็นนานสองนาน


"เปล่า...โทรศัพท์ไม่ได้เป็นอะไรหรอก...."

มุมปากทั้งสอง ของผู้เป็นน้องชายค่อยๆยกยิ้น จนกลายเป็นรอยยิ้มกว้าง

 

"นี่ ปิ่น....ดูท่าทางเราสองคนจะได้น้องสาวมาอีกคนแล้วล่ะ"

[CS] MS - Before the world ends...

posted on 28 Oct 2009 21:13 by asahina  in CubicSchool

จากเอ็นทรี่ [CS] MS: ก้าวเดิน

 


*********************************

กว่าจะรู้ว่า "โลก" ที่ตัวเองรู้จักมันบอบบางแค่ไหน

ก็คือวินาทีที่มันเริ่มแตกสลาย.....

*********************************

 

 [CS] MS - Before the world ends...

 

*********************************

 

รองเท้าที่หน้าตาเหมือนรองเท้าเซฟตี้ของพวกช่างหยุดลงที่หน้าประตูใหญ่...เด็กนักเรียนหลายคนกำลังเดินเข้าประตูโรงเรียน...และเมื่อเด็กๆเห็นร่างคุ้นตาในชุดเสื้อเชิ้ตขาว ก็ยกมือขึ้นไหว้เป็นการทักทายทำให้อีกฝ่ายต้องยกมือขึ้นพนมเป็นการรับไหว้....

 

ปุณยนันท์ ศศบดียิ้ม...หากว่ารอยยิ้มนั้นไม่ใช่รอยยิ้มกว้างอย่างเคย...

 

ครูสอนภาษาญี่ปุ่นก้มมองนาฬิกา......เขาเคยมาถึงโรงเรียนเช้ากว่านี้....

ดวงตาสีดำขลับหลุบตาลงก้มมองพื้น....ปล่อยให้สายลมของยามเช้าพัดผ่านไปพร้อมกับครวญเสียงหวีดหวือเบาๆอย่างเศร้าสร้อย....

 

ป่านนี้...ใครคนหนึ่งคงจะผุดลุกขึ้นจากที่นั่งในห้องพักครู...และตรงไปยังห้องแนะแนวที่อยู่ไม่ไกลแล้ว....

 

ชายหนุ่มเม้มปาก...ราวกับพยายามบังคับตัวเองให้แค่นยิ้ม...แต่ไม่สำเร็จ...

 

ตอนนั้นเอง....


"ครูเคน สวัสดีค่ะ!!"

 

เสียงใสๆของโคลเวอร์ที่เพิ่งเมื่อสักครู่เพิ่งทักทายครูวิชาภาษาญี่ปุ่นของตนไปหมาดๆ ดังขึ้น จนปราบต้องเงยหน้าขึ้นมา....และสบกับสายตาสีเข้มคู่นั้นเข้าพอดี.....

 


....ราวกับเวลา...หยุดลงในห้วงนาทีนั้น....

 


ดวงตาที่เคยฉายแววอบอุ่น และส่งผ่านกำลังใจมาให้อยู่เสมอ...มาบัดนี้ดูอิดโรยเหลือเกิน...ถึงรอยยิ้มบางๆจะยังคงประทับอยู่บนใบหน้า...แต่เขาก็รู้สึกได้ ถึงเรี่ยวแรงมหาศาลที่ถูกเค้นออกมาเพื่อรับมือกับช่วงเวลาแห่งความโหดร้าย....


"
ครูเคน......"
 

เขาเอ่ยชื่อของอีกฝ่ายออกไปอย่างไม่ตั้งใจ...
และพอทำเช่นนั้น ครูวิชาแนะแนวก็ทำท่าเหมือนอยากพูดอะไรบางอย่างขึ้นมาบ้าง หากก็เปลี่ยนใจเสียกลางคัน....

 

ริมฝีปากนั้นขยับกลับไปเป็นรอยยิ้ม....หากปราบรู้สึกได้....ว่ามันเป็นยิ้มที่ชวนให้ใจหายเหลือเกิน....

 

******************

 

เนิ่นนานเท่าไหร่หลังจากช่วงเวลานั้นได้ผ่านไป...เขาไม่รู้...แต่กว่าจะรู้ตัวอีกที เข็มยาวบนเรือนนาฬิกา ก็บอกเวลาเลยเที่ยงไปมากโขแล้ว....

 

"ครูปราบ.....ไม่ไปทานข้าวหรือครับ...."

 

"อ๊ะ...."

 

เสียงของเพื่อนร่วมงานดึงเขากลับสู่ห้วงเวลาปัจจุบัน....

 

"ครูกวี...."


พอรู้ตัวอีกที...ในห้องพักครู ก็เหลือเพียงเขาและกันต์กวี ครูวิชาภาษาอังกฤษเพียงสองคน...

 

"....ไม่ทานข้าว สุขภาพจะแย่เอานะครับ"

 

ปราบฟังแล้วก็อดยิ้มไม่ได้...หากว่ารอยยิ้มนั้นก็ไม่อาจปัดเป่าเมฆหมอกที่ปกคลุมจิตใจออกไปได้อยู่ดี...

 

...........


กันต์กวีมองคนตรงหน้า แล้วก็นิ่งเงียบไป จนปราบรู้สึกได้

 

ผมไม่เป็นอะไรหรอกครับ...แค่ช่วงนี้...มีเรื่องอะไรให้คิดก็เท่านั้น....

 

ครับ.....

 

แล้วระหว่างทั้งคู่....ก็เงียบงันลงอีกครั้ง.....


ดวงตาสีดำขลับ เช่นเดียวกับสีผมเข้มที่ดูชี้ฟู เหม่อออกไปนอกหน้าต่าง...ก่อนจะหยุดลงที่กรอบหน้าต่างซึ่งเคยมีตุ๊กตาไล่ฝนแขวนอยู่....หากว่าตอนนี้บนหน้าต่างนั้นว่างเปล่าไปเสียแล้ว....


หนึ่งสัปดาห์หลังจากงานศพคุณพ่อของครูเคน...ปราบเป็นคนปลดเทรุจังลงมาเอง


ครูทุกคนพากันแปลกใจ แต่ก็ไม่มีใครกล้าถามออกมาดังๆ...


....ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่า....แต่ตอนที่เอื้อมมือไปปลด...เทรุจังทำหน้าเหมือนจะร้องไห้.....

ส่วนเทรุคุง หลังจากต้องโดดเดี่ยวอยู่เพียงคนเดียวลำพัง....วันรุ่งขึ้น...ตุ๊กตาไล่ฝนน้อยก็หายไปด้วย....



...ทำไม....เรื่องทุกอย่างถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้.....




"ทั้งที่ผมเคยรู้สึกว่า ถ้าถึงตาเขาบ้าง ผมจะอยู่ข้างๆแท้ๆ.......

 

ปราบไม่ได้เอ่ยด้วยซ้ำ ว่าเขากำลังหมายถึงใคร...หากว่ากันต์กวีกลับทำหน้าไม่แปลกใจราวกับคาดเดาเรื่องราวต่างๆได้.....

 

“...ผมว่าครูเคนเองก็คงมีเหตุผลของครูเคน.. แล้วก็คงยึดมั่นกับอะไรบางอย่างก็ได้นะครับ

 

ปราบไม่แปลกใจ...ที่ได้ยินชื่อของครูเคนจากปากคนตรงหน้า...แต่ที่ทำให้เขาประหลาดใจ คือประโยคถัดมาต่างหาก...

 

เพราะแบบนั้น... เลยคิดว่าถ้าบอกไปแล้วจะทำให้คุณไม่สบายใจมาก... โดยที่ตัวเองไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว เลยคิดว่าไม่บอกเสียยังจะดีกว่า...ผมคิดแบบนั้นนะครับ

 

ครูกวี....พูดถึงเรื่องอะไรครับ...?


อะไรบางอย่างร้องเตือนให้ใจคอไม่ดีเลยสักนิด....

 

ร่างของกันต์กวีสะดุ้งน้อยๆ ก่อนครูวิชาภาษาอังกฤษจะเบือนหน้าหนี....

 

เ่อ่อ.....

 

ครูกวี... ปราบผุดลุกขึ้นอย่างลืมตัว...ความรู้สึกที่สัมผัสได้จากสายตาคู่นั้นแปรเปลี่ยนเป็นสังหรณ์ที่ทำให้ใจเย็นไม่ได้อีก....

 

ครูกวีกำลังหมายถึงอะไรหรือครับ?....เกิดอะไรขึ้นกับครูเคนงั้นหรือครับ?”

 

ผ... ผม

เสียงของครูรุ่นพี่อึกอัก

ผมคิดว่า... ผมไม่ควรจะเป็นคนพูดครับ...

 

ครูกวีครับ....

เสียงของปราบไม่ได้คาดคั้น หากความร้อนรนในน้ำเสียงนั้นต่างหาก ที่พาลให้ฟังดูเหมือนใจของคนที่กำลังเอ่ยถามกำลังถูกบีบจนจะแหลกคามือ

เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือครับ

 

ค..... ชายหนุ่มผิวคล้ำอ้าปาก...เหมือนจะเอื้อนเอ่ย แต่สุดท้ายก็ปิดลง แล้วก้มหน้า...

 

ครูเคน....จะไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นปีหน้าครับ

 

ครับ....?

 

ดวงตาสีดำขลับเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อสิ่งที่ตัวเองกำลังได้ยิน...

 

“...เพราะแบบนั้น... เลยจะทำงานที่นี่......ปีนี้... เป็นปีสุดท้ายครับ

 

.....ความรู้้สึกเย็นวาบ...แล่นไปทุกอณูของร่างกาย....จู่ๆมวลอากาศก็บีบรัดเ้ข้ามาจนทำให้ตาพร่า....ได้ยินเหมือนเสียงครูกวีลอยมาจากที่ไกลๆ....

 

ครูกวี....ว่าอะไรนะครับ....

 

เขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายตอบมาว่าอย่างไร....ความรู้สึกสับสนพุ่งเข้าโอบล้อม ทิ่มแทงจนรู้สึกราวจะยืนไม่อยู่......

 


....ความรู้สึกปวดร้าวแบบนี้คืออะไร....?
 

ถ้าหากในคืนนั้น.....สิ่งที่แหลกสลายไปคือหัวใจของเขา.....ถ้าอย่างนั้นในวินาทีนี้ จะมีอะไรที่พังครืนลงไปต่อหน้าได้อีก.....?


นี่รึเปล่า....

 

............วินาทีที่โลกกำลังแตกออกเป็นเสี่ยง......?

 

ครูเคน....



ไม่ได้........



ครูปราบ??



จะให้มันจบลงแบบนี้ไม่ได้....



ครูกวี....พอจะทราบไหมครับว่าครูเคนอยู่ที่ไหน

ดวงตาที่หันมาสบเข้ากับดวงตาของกันต์กวี จู่ๆก็ฉายแววมุ่งมั่นขึ้นมา




หากโลกที่เขารู้จัก จะต้องแตกสลายไปจริงๆ........

 

เห็นก่อนออกไปทานข้าว ครูเคนหยิบแฟ้มเอกสาร ทานข้าวเสร็จก็น่าจะไปอยู่ที่ห้องแนะแนวนะครับ...แต่....

 

ยังไงผมก็ต้องไปครับ ปราบตอบอย่างแน่วแน่ ราวกับรู้ว่าครูกวีจะถามอะไร....

 

 

ถ้าหากโลกที่เขารู้จัก จะต้องแตกสลายไปจริงๆ........

 

อย่างน้อยๆ............

 

ผมยังไม่ได้บอกครูเคนเลยว่าผม.........

 

ปราบเอ่ยคำพูดสุดท้าย พร้อมกับพรวดพราดออกไปจากห้องพักครู ทิ้งให้ครูกวียืนอึ้งอยู่เบื้องหลัง....



***********************

 

อนิวรรต วสุธาธาร กำลังนั่งแปลบททดสอบทางจิตวิทยาที่นำมาทำต่อที่โรงเรียนด้วย ตอนที่ประตูห้องแนะแนวเปิดผางออก....

 

และเมื่อเขาเงยหน้าขึ้น...ก็พบกับร่างโปร่งของคนๆหนึ่งที่เขารู้จักดี.....

 

ครูปราบ...มีอะไรงั้นหรือครับท่าทางรีบร้อน.....

 

เขายังไม่ทันพูดจบคำเสียด้วยซ้ำ ตอนที่อีกฝ่ายขัดขึ้น...

 

ครูเคน...ให้ผมพูดก่อนนะครับ...เพราะถ้าให้เวลาผมคิดนานกว่านี้ ผมอาจจะเปลี่ยนใจไม่พูดอะไรออกไปก็ได้

 

ปุณยนันท์ ศศบดี สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะโพล่งออกมา

 

ผมรักคุณครับ

 


เพียงเท่านี้.....ก็พอแล้ว.....


Before the world ends........

 

************************************

 

สรุป

- ใจความสำคัญ....คงอยู่ที่ประโยคที่สาม นับจากล่างค่ะ.....

- จะมาปฏิเสธตอนนี้ก็สายไปแล้ว ปราบ "รัก" ครูเคนไปจริงๆแล้ว...

- และถ้าหากจะต้องจากกันแบบนี้ อย่างน้อยๆก็ขอพูดความรู้สึกของตัวเองออกไป
   โดยไม่คาดหวังกับคำตอบของอีกฝ่ายเลยแม้แต่สักนิดค่ะ....

- จะไม่กระทบกับหน้าที่การงาน แต่ความสัมพันธ์ระหว่างปราบกับครูเคน....โน คอมเม้นท์ค่ะ แล้วแต่ผปค.ฝ่ายโน้น

- DB 10 อยู่เอ็นทรี่ที่แล้วค่ะผ.อ.  (พยายามเบี่ยงเบนประเด็น....)

 

DB10

การใช้ชีวิตในโรงเรียน

 

 

หมวดที่ 1 - เวลา


1.1 การไป-กลับโรงเรียน

- มาถึงโรงเรียนเวลา...

--> ประมาณ 7 นาฬิกาครับ

- กลับบ้านเวลา...

--> โดยมากจะประมาณ 18.00 ยกเว้นว่าจะทำงานเพลินจนลืมเวลา
      และทุกวันอังคารกลับ 16.30  (มีสอนภาษาไทยใ้ห้คุณโอกิ)
                         วันศุกร์ 18.30   (มีติวภาษาญี่ปุ่นให้ครูนัด)


1.2 การใช้เวลาในกิจกรรมต่าง ๆ

- เวลาที่ใช้ในการทานข้าวเที่ยง (พักเที่ยงมีเวลา 1 ชม.)

--> ประมาณ 20 นาที

- เวลาที่ใช้กับกิจกรรมชมรม (อยู่แค่ในคาบ หรือมีเพิ่มเติมอย่างไร) (สำหรับครูก็คือมาร่วมชมรมนานเท่าไหร่ ตอนไหน)

ถ้าหากชมรมไหนมีอะไรให้ช่วยก็จะช่วย

((ถ้าจำไม่ผิดเจ้าปราบไม่มีชมรม??))

1.3 โอกาสพิเศษ

- ช่วงวันหยุดมาโรงเรียนหรือไม่ ถ้ามาจะมาวันไหน (ยังไม่ต้องตอบว่าทำอะไรในข้อนี้)

-->มาบางเสาร์


1.X เพิ่มเติม

(เพิ่มจำนวนและใส่ชื่อหัวข้อได้ตามความต้องการ)

 

-----------------------------------------------------

 

หมวดที่ 2 - สถานที่ และกิจกรรมที่ทำในสถานที่นั้น

(หากมีมากกว่าหนึ่ง สามารถบอกได้หลายคำตอบ โดยควรบอก % หรือลำดับโอกาสในการเจอ)

2.1 ในสถานการณ์ปกติ จะ"อยู่ที่ไหน" และ"ทำำอะไร" ในช่วงเวลาต่าง ๆ

ก่อนเข้าเรียน (ตั้งแต่เข้า ร.ร. ถึง 07.45 น.)

-->90% ห้องพักครู   10% ห้องสมุด

   กิจกรรมในห้องพักครู:
    
ชงไมโล, เตรียมเอกสารสำหรับการสอนของวันนั้นๆ,
     ถ้ามีศึกชิงขนมแม่ครูเอมจะเป็นผู้สังเกตการณ์
     ถ้ามีใครชวนทานอาหารเช้าจะปฏิเสธโดยบอกว่าทานจากที่บ้านมาแล้ว
    

พักเที่ยง (ตั้งแต่ทานข้าวเที่ยงจนถึงก่อนเข้าคาบบ่าย)

(หากมีสถานที่เฉพาะในการทานข้าวให้ระบุไว้โดยละเอียดด้วย)

-->ทานข้าวที่โรงอาหาร
     หลังจากนั้นก็

    
  40%   นั่งเล่นในห้องพักครู /คุยกับครูท่านอื่น
      
30%   เตรียมการสอนต่อจากช่วงเช้า
       30%   ไปห้องสมุดเพื่ออ่านหนังสือพิมพ์ / หาข้อมูลประกอบการสอน

พักบ่าย (10นาที ช่วง 14.10-14.20)

--> อยู่ในห้องพักครู ถ้ารู้สึกเหนื่อยจะชงชาดื่มสักแก้ว

หลังเลิกเรียน (ตั้งแต่จบคาบสุดท้ายจนถึงกลับบ้าน)

--->วันอังคาร รีบกลับเพราะมีสอนภาษาไทย 99%
      (ยกเว้นวันที่คุณโอกิติดธุระ การสอนวันนั้นจะงด)

      วันศุกร์ ติวภาษาญี่ปุ่นกับครูนัด 99%
    
(ยกเว้นวันที่ครูนัดไม่ว่าง)

      วันอื่นๆ เตรียมการสอน/ ตรวจการบ้านนักเรียนอยู่ในห้องพักครู 60%
                 ไปห้องสมุด 30%
                 ไปนั่งรับลมที่ศาลาริมน้ำเปลี่ยนบรรยากาศ 10%

*** ช่วงที่นักเรียนชายเรียน ร.ด. ในบ่ายวันอังคาร

--->อยู่ในห้องพักครู ตรวจงานนักเรียน


2.2 รายละเอียดการใช้สถานที่ี

- ใช้บริการพิเศษอะไรของโรงเรียนบ้าง (เช่น สระว่ายน้ำ, ห้องสมุด)

--->  นอกเหนือจากห้องพักครู ก็ห้องสมุด  ศาลาริมน้ำ  โรงอาหาร
        บางทีอาจเปลี่ยนบรรยากาศไปแปลงเกษตรบ้าง

- ความถี่ในการเข้าใช้งานของแต่ละสถานที่ อาจเทียบเป็นแต้ม (บ่อยแค่ไหน)

--->   ห้องสมุด (87%)  ศาลาริมน้ำ (10%) โรงอาหาร (10%) อื่นๆ (3%)

          อื่นๆ คืออาจพบที่อื่นได้ แต่ต้องมีเหตุผลมารองรับเวลาเขียน

- รายละเอียดในการใช้สถานที่ต่าง ๆ (บอกเป็นที่ที่ไป)

--->   ห้องสมุด มักจะเดินเข้าไปคุยกับครูรันตร์ บางทีก็คุยกันถึงหนังสือใหม่ๆ รวมทั้งการ์ตูน

         ศาลาริมน้ำ ไปนั่งอ่านหนังสือ เปลี่ยนบรรยากาศ

         โรงอาหาร ไปซื้ออาหาร บางทีก็ให้อาหารเจ้าด่าง

 

2.3 สถานการณ์พิเศษ

- ยังไม่เคยไปสถานที่ใดในโรงเรียน (ณ ปัจจุบัน ก่อนมีเรื่องราวพิเศษ)

--->ไม่เคยที่ๆมืดๆ หลังพระอาทิตย์ตกดินคนเดียว

- คิดว่ามีสถานที่หลอนๆในโรงเรียนหรือไม่ ถ้ามีคิดว่าที่ไหน (รวมทั้งรายละเอียดพอสังเขป)

---> คิดว่ามี แต่ไม่อยากคิด...


2.X เพิ่มเติม

(เพิ่มจำนวนและใส่ชื่อหัวข้อได้ตามความต้องการ)

 

----------------------------------------------------- 

 

หมวด 3 พฤติกรรมในโรงเรียน

ข้อนี้จะเกี่ยวกับรายละเอียดของตัวละครที่คนอื่นสามารถสัมผัสและรู้สึกได้ (เป็นส่วนขยายจากแค่ทำอะไร)

ขอให้ตอบทุกสิ่งที่คิดไว้โดยละเอียด เพื่อให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการนำไปใช้ให้น้อยที่สุด

3.1 พฤติกรรมในห้องเรียน

ได้แก่ ความตั้งใจเรียน และท่าทีต่าง ๆ ระหว่างอยู่ในห้องเรียน (หากครูก็จะเป็นท่าทีในการสอนในสายตาของนักเรียน) แบ่งเป็น

ในคาบเรียน

--->  ตั้งใจสอนเต็มที่ เวลาถามคำถามจะลุ้นไม่แพ้นักเรียนให้ตอบได้ ถ้าเด็กๆแสดงให้เห็นว่าเข้าใจ หรือตอบคำถามได้ จะยิ้ม ถ้าตอบไม่ได้จะพยายามใบ้

ถ้ามีใครยกประเด็นใหม่ๆขึ้นมา ไม่ว่าจะเกี่ยวกับสังคม/วัฒนธรรมญี่ปุ่น จะถามความเห็นคนในห้องให้มีการแลกเปลี่ยนความเห็น ถ้าตอบไม่ได้จริงๆจะบอกให้ทุกคน รวมทั้งตัวเอง ไปค้นมาเป็นการบ้าน

นอกคาบเรียน (แต่ยังอยู่ในห้อง)

--->   พยายามมองว่าใครมีข้อสงสัยอะไรที่เกี่ยวกับการเรียนไหม หรือว่ามีอะไรที่ตัวเองพอจะช่วยได้ไหม


3.2 พฤติกรรมในห้องพักครู

ถ้าเป็นครูก็พูดถึงว่าพฤติกรรมจะเป็นอย่างไรตามปกติ

ส่วนนักเรียนก็พูดถึงว่าตอนเข้าห้องพักครูจะต่างจากตอนอยู่ที่อื่นบ้างไหม

--->  คอยเฝ้ามองคนอื่นจากโต๊ะของตัวเอง บางทีก็จะเห็นได้ว่าอยากเข้าร่วมบทสนทนาด้วย แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี
 

3.3 พฤติกรรมนอกห้องเรียน

ได้แก่ ท่าทาง ท่าทีต่าง ๆ ที่คนอื่นจะพบเห็นเมื่ออยู่นอกห้องเรียน (ในส่วนที่ว่าทำอะไรให้ตอบไปในหมวด 2)

---> มักทำหน้าเรียบๆ แต่จะยิ้มและรับไหว้ ถ้าหากมีใครทักทาย  ถ้าเห็นใครต้องการความช่วยเหลือ ก็จะเข้าไปช่วย

 

3.4 พฤติกรรมการไปกลับโรงเรียน

- วิธีการมาโรงเรียน

ในแบบปกติ

--->   นั่งรถเมล์มา (ต่อเดียว)

ในแบบไม่ปกติ (เช่น มาสาย ฝนตกรถติด)  

--->   ชิน (เพื่อนสนิท) ไม่ก็คุณโอกิ (เจ้านายของชิน) จะขับรถมาส่ง

- กินข้าวเช้าที่บ้านหรือที่โรงเรียน

--->    ที่บ้าน

- วิธีการกลับบ้าน

--->   รถเมล์ หรือบางที คุณโอกิก็จะมารับ

3.6 พฤติกรรมในโอกาสต่าง ๆ

- กลัวสัตว์อะไรบ้าง (เช่นสุนัข) รวมทั้งอาการเมื่อพบเห็น

--->   ไม่กลัวอะไรเป็นพิเศษ แต่ไม่ค่อยชอบแมลง

- ชอบสัตว์อะไรบ้าง (รวมอาการเมื่อพบด้วย หากมีเป็นพิเศษ)

--->    สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยเฉพาะหมา แมว

- ว่ายน้ำเป็นหรือไม่

--->   เป็น

3.7 พฤติกรรมต่อเรื่องลึกลับ/ สยองขวัญ

ไม่ถูกโรคด้วยอย่างรุนแรง ไม่ชอบหนังผี/ สยองขวัญ
จะไม่ไปที่มืดๆคนเดียว ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัย

แต่ถ้าหากอยู่กับคนที่กลัวเรื่องทำนองนี้ยิ่งกว่า (เช่น ครูกวี) จะทำใจกล้า เพราะรู้สึกว่าต้องเป็นฝ่ายปกป้อง

 

----------------------------------------------------- 

 

หมวด 4 อุปกรณ์ประจำตัว

(พยายามตอบให้กระชับ และเน้นส่วนที่ใช้งานในโรงเรียนเป็นหลัก)

4.1 อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับโรงเรียนโดยตรง

- ใช้กระเป๋านักเรียนแบบไหน (ถ้าครูก็อาจตอบเรื่องดีไซน์กระเป๋าตัวเองได้)

---> เดิมจะมีกระเป๋าใส่เอกสาร เอาไว้ใส่ชีท แต่เยินไปตอนประสบอุบัติเหตุรถชน
       ตอนนี้ใช้กระเป๋าเป้ + แฟ้มพลาสติกแบบใส ไว้ใส่ชีท

- อุปกรณ์การเรียนการสอน ที่พิเศษกว่าคนอื่น

(เช่นเครื่องดนตรีส่วนตัว อุปกรณ์ศิลปะ การฝีมือ ... นับรวมโน็ตบุ๊คด้วย)

--->  ดิกชันนารีไฟฟ้า

4.2 โทรศัพท์มือถือ (รวมถึงอุปกรณ์ที่มีฟังก์ชั่นการสื่อสาร)

- มีหรือไม่ ถ้ามีใช้แบบไหน (หรืออาจตอบว่ารุ่นไหนหากต้องการระบุ)

--->   มี ตอนนี้ใช้ Nokia รุ่น Supernova 7610 สีขาว

- การใช้ในโรงเรียน และใช้ทำอะไรบ้าง (หมายเหตุว่า กฏโรงเรียนห้ามใช้ในช่วงเรียน แต่ตัวละครจะทำไหมก็แล้วแต่)

---> วันหนึ่งจะมีข้อความจากพี่สาวเข้ามา 2-3 ข้อความ ชวนคุย บ่นโน่น บ่นนี่ไปตามประสา

4.3 ของใช้อื่น ๆ ที่นำติดตัวมา (พร้อมรายละเอียดการใช้งาน รวมทั้งเวลาและสถานที่ที่ใช้)

--->หนังสือนิยาย ที่จะยกขึ้นมาอ่านเวลาว่างๆ บางทีก็เป็นนิยายลูกกวาดหวานจ๋อย

4.X เพิ่มเติม

(เพิ่มจำนวนและใส่ชื่อหัวข้อได้ตามความต้องการ)

 

 

----------------------------------------------------- 

 

หมวด 5 รสนิยม ความชอบ (และความสามารถพิเศษ)


5.1 อาหาร

- ชอบอาหารอะไรบ้าง

---> อาหารรสไม่จัด อาหารที่เป็นผัก ชอบรสเปรี้ยว, หวาน มากกว่ารสเค็ม หรือเผ็ด

- ไม่ชอบอาหารอะไรบ้าง

---> อาหารเผ็ดจัด ทานเผ็ดแทบไม่ได้ จนถูกล้อว่าเป็นคนไทยรึเปล่า

- ปริมาณในการกิน

---> ไม่เยอะมาก จัดว่าธรรมดา ถ้าวัดจากปริมาณข้าวก็ทัพพีครึ่ง  

- พฤติกรรมการกิน (เช่นมูมมาม กินเร็ว กินช้า กินแบบผู้ดี กินจุกกินจิบ)

---> กินความเร็วปรกติ ถ้าในกลุ่มมีทั้งคนกินช้าและกินเร็ว ก็จะกินเสร็จเป็นคนกลางๆ

- รายละเอียดอื่น ๆ เกี่ยวกับการกิน (เช่นเอาข้าวกล่องมา หรือไปกินที่ไหนเป็นพิเศษไหม)

(อาจซ้ำกับบางข้อแต่ขอถามย้ำเพื่อให้ตามอ่านง่าย)

--->  อาหารเช้าทานที่บ้าน  อาหารกลางวันทานที่โรงอาหารของโรงเรียน
       อาหารเย็นทานที่บ้าน ยกเว้นบางวันที่ไปสอนภาษาไทยที่บ้านคุณโอกิ คุณโอกิจะเลี้ยง แ่ต่ก็ไม่ทุกครั้ง

5.2 การทำอาหาร

- เคยทำอาหารด้วยตัวเองหรือไม่

---> เคย แ่ต่เป็นอาหารญี่ปุ่นเสียส่วนใหญ่ (ตอนเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน โฮสต์แฟมิลี่สอนให้หลายอย่าง)

- ชอบทำอาหาร (หรืออยากทำเป็น กรณีที่ไม่เคยทำ) หรือไม่

---> ชอบทำกับพี่สาว

- ความสามารถในการทำอาหาร (ทำได้อร่อย หรือเป็นทุกข์ต่อคนทาน)

---> ทำได้ไม่อร่อยเท่าภัตตาคาร แต่ก็จัดว่าอร่อย
 

5.3 เวลาและสถานที่

- ชอบวันไหน เวลาไหน ในโรงเรียนเป็นพิเศษหรือไม่ เพราะอะไร

--->   ชอบวันที่ตัวเองมีสอน จะรู้สึกกระฉับกระเฉง และบ่ายวันที่ฝนตก จะตรวจงาน/เตรียมการสอนอย่างสบายใจ

- ชอบสถานที่ไหนในโรงเรียนเป็นพิเศษหรือไม่ เพราะอะไร

--->    ชอบห้องสมุด เพราะมีหนังสือดีๆอยู่เยอะ
          ชอบห้องพักครู เพราะรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเอง

5.X เพิ่มเติม

(เพิ่มจำนวนและใส่ชื่อหัวข้อได้ตามความต้องการ)

 

 

----------------------------------------------------- 

 

หมวด 6 สังคมในโรงเรียน

ข้อนี้เน้นเรื่องข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการอยู่ใน สังคมเป็นหลัก แต่อาจมีการยกข้อมูลอื่นมาเสริมได้หากพบว่ามันมีความจำเป็นต้องอธิบายเพื่อ ให้เห็นการเชื่อมโยง

6.1 ระดับความต้องการการอยู่ในสังคม

บอกเป็นตัวเลขจำนวนเต็ม โดยเทียบตามนี้

ต่อต้านสังคม -10    ขอแค่อยู่คนเดียว -5     ยังไงก็ได้ +0

ชอบกลุ่มเล็ก ๆ +5     ชอบกลุ่มใหญ่ๆ +10     เป็นคนดังของสังคม +20

--->     ชอบกลุ่มเล็ก ๆ +5
           จะรู้สึกสะดวกใจกว่าอยู่ท่ามกลางคนเยอะๆ อย่างหลังจะทำให้รู้สึกทำตัวไม่ถูก
           (แต่ก็ไม่ถึงกับไม่ชอบหรือหลีกเลี่ยง) แค่อาจจะแสดงท่าทางเกร็งจนสังเกตได้

6.2 กลุ่มเพื่อนที่สนิทๆ กัน (ณ ปัจจุบัน) มีใครบ้าง

(กลุ่มนี้ เป็นความสนิททางใจ ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันตลอด)

---> ครูนัด เพราะติวภาษาญี่ปุ่นด้วยกัน

       ครูรันตร์ กลุ่มคิวบิกโอตาคุ

       ครูกวี รู้สึกสนิทข้างเดียว เป็นคนที่อดเป็นห่วงไม่ได้

       ครูโชค เคยเชิญไปทานข้าวที่บ้าน ตอนนี้เป็นคนเดียวที่ปราบไม่เรียกว่า "ครู" แต่เรียก "พี่" (พี่หมอโชค)

6.3 เพื่อนที่ไปไหนด้วยกันตลอด

(ข้อนี้ขอให้เขียนตามความคิดของเราก่อน ถ้า ผปค.คนอื่นแย้งมาก็ค่อยแก้เอา)

(ถ้าเขาไม่เอาก็ไม่ต้องง้อหรอก เพื่อนมีให้เลือกอีกตั้งเยอะ)

--->  ไม่ถึงกับไปไหนด้วยกันตลอด แต่รู้สึกว่าพักหลังเจอครูนัดบ่อยขึ้น

6.4 เวลาเข้าห้องน้ำ ไปคนเดียวหรือไปกับเพื่อน (ข้อนี้น่าจะเน้นผู้หญิง แต่ชายก็ตอบมาตามจริงแล้วกัน)

--->  ไปคนเดียวครับ

6.X เพิ่มเติม

(เพิ่มจำนวนและใส่ชื่อหัวข้อได้ตามความต้องการ)

 

*************************************